มุกดาหาร ทหารพัฒนา 24 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ นำเด็กเข้าชมฐานเรียนรู้

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พันเอก สันทัศน์ ชำนาญเวช ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง12 สิงหาคม 2566 โดยมี ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรหนองสูง คณะครู นักเรียน โรงเรียนชุมชนบ้านคำชะอี และ โรงเรียนบ้านโนนสว่าง ๑ ร่วมกิจกรรมปล่อยปลา จำนวน 30,091 ตัว ปลูกหญ้าแฝก หญ้าเนเปียร์เยี่ยมชมกิจกรรมในฐานการเรียนรู้ การเลี้ยงโคเนื้อ การเลี้ยงหมูหลุม และกิจกรรมบ้าน 1 ไร่ พอเพียง ภายในศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 84 พรรษาเทิดไท้มหาราชัน

หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 พร้อมทั้ง จัดวิทยากรจิตอาสา 904  บรรยาย เรื่องพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินีพันปีหลวง พระราชอัจฉริยะภาพ และ ศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรรวมทั้ง พระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรง สืบสานรักษา ต่อยอดพร้อมทั้งปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 91 คน ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และนำไปเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต ต่อไป

มุกดาหาร (ชมคลิป) ส่งกลับ เรือแพร้านอาหาร สปป.ลาว ถูกพายุพัดติดฝั่งไทย

วันที่ 24 เมษายน 66  จากกรณี เมื่อวันที่ 23 เมษายน 66 ได้เกิดพายุฤดูร้อนโดยวันที่ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้พบเรือแพจาก แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ได้ถูกพายุฤดูร้อนพัดข้ามแม่น้ำโขงมาติดอยู่ฝั่งชุมชนศรีมงคลเหนือ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเรือสำราญ พบชาวลาวหญิงชาย รวม 11 คน เป็น ชาย 5 หญิง 6 คน ทั้งหมดปลอดภัย โดยเรือแพอาหารของฝั่ง สปป.ลาว ที่หลุดขาดเข้ามาฝั่งไทยเนื่องจากพายุลมแรง ชื่อว่าแพเมืองฟ้า และไหลลอยจากฝั่งตรงข้ามที่ทำการตำรวจน้ำ พุ่งตรงมายังบริเวณกลางแพจอดเรือของตำรวจน้ำมุกดาหาร

โดยเรือแพอาหารของฝั่ง สปป.ลาว นั้น มีเครื่องยนต์ติดท้ายแพ 2 เครื่อง มีผู้ควบคุมเครื่องยนต์อยู่ด้วย จึงสามารถควบคุมสถานการณ์และนำแพขึ้นไปยังด้านทิศเหนือบริเวณโป๊ะจอดเรือของตำรวจน้ำมุกดาหาร โดยที่แพจอดเรือและเรือของตำรวจน้ำมุกดาหารทุกลำ ไม่ได้รับความเสียหาย

ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ สุระสะ  รองสารวัตร (ปราบปรามทางน้ำ) สถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุลมพัดเรือแพลาวข้ามมาที่ฝั่งไทย พบมีคนลาวติดมา 11 คน ทาง ตม. ได้ทำการส่งกลับไปยัง สปป.ลาวตั้งแต่เมื่อช่วง 4 ทุ่มเมื่อคืนที่ผ่านมาทั่งหมด 9 คน เป็นหญิง 6 คน ชาย 3 คน เหลืออีก 2 คน ไว้เฝ้าเรือ ส่วนเรือแพจะมีเรือทางฝั่งลาวมาลากจูงกลับต่อไป

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

มุกดาหาร จัดกิจกรรม KICK OFF โครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2566 ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย

จังหวัดมุกดาหาร จัดกิจกรรม Kick off โครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2566 ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย

มื่อวันที่ 28 มกราคม 2566 เวลา 09.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายแพทย์มานพ ฉลาดธัญญกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร พญ.กันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร บุคลากรสาธารณสุขจากโรงพยาบาลมุกดาหาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร และผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรม Kick off โครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2566 ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดมุกดาหาร ณ อาคารแพทย์แผนไทย ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลมุกดาหาร

แพทย์หญิงกันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร ได้กล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่ขาดความสมดุลระหว่างกลุ่มวัย เห็นได้จากกลุ่มผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทยปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 12,241,505 คน ร้อยละ 18.8 จังหวัดมุกดาหารมีผู้สูงอายุ จำนวน 52,841 คน ร้อยละ 19.17 และโรงพยาบาลมุกดาหาร มีประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด 4,185 คน เพศชาย จำนวน 1,766 คน (42.20 ) เพศหญิง 2,419 คน ( 57.50 )

จากการเพิ่มจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อสังคม ระบบบริการต่างๆประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น มักมีปัญหาสุขภาพมากขึ้นตามวัย การเจ็บป่วย การเสื่อมถอยของ เศรษฐกิจและร่างกาย ส่งผลให้รายจ่ายด้านสุขภาพของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีนโยบายการมอบของขวัญปีใหม่แก่ผู้สูงอายุ โดยกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ปี พ.ศ. 2566 เป็นปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย และ ได้ออกแบบวางแผนการดำเนินงานเพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบและทั่วถึง อันจะเป็นการสนับสนุน ให้ครอบครัวมีพลังในการดำเนินชีวิตและใช้ความเข้มแข็งทางสุขภาพ เป็นต้นทุนในการสร้างรายได้สร้างเศรษฐกิจของประเทศ อันจะนำไปสู่เป้าหมาย “ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ประเทศไทยแข็งแรง”

การจัดกิจกรรม Kick off โครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๖ ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดมุกดาหาร ในวันนี้ประกอบด้วย การให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุจำนวน ๖0 คน โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตรวจคัดกรองภาวะแทรกช้อนในผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ การตรวจจอประสาทตา ตรวจสุขภาพช่องปาก ตรวจการได้ยิน คัดกรองภาวะพลัดตาหกล้ม และภาวะสมองเสื่อม สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ได้แก่ แว่นสายตา สำหรับผู้สูงอายุที่มีสายตาสั้น หรือสายตายาว ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองชับ และแผ่นเสริมซึมซับการขับถ่าย สำหรับผู้สูงอายุ ที่มีภาวะติดเตียง หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ ฟันเทียม และรากฟันเทียม สำหรับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟัน เยี่ยมบ้านพร้อมมอบของขวัญปีใหม่ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง จำนวน 2 ราย

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากของขวัญปีใหม่ที่ผู้สูงอายุได้รับจากนโยบายการดูแลผู้สูงอายุของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ของขวัญขึ้นสำคัญที่ควรเติมเต็มได้แก่ พลังของครอบครัว ญาติและผู้ใกล้ชิด คือสิ่งสำคัญในการประคับประคองเสริมสร้างพลังใจและพลังกายแก่ผู้สูงอายุ ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้มีสุขภาพ กาย ใจ ดี พร้อมผลักดันให้เป็นพลังของสังคมต่อไป

อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ / มุกดาหาร

มุกดาหาร – ตำรวจมุกดาหาร ไล่ล่ารถบิคอัพแหกด่านจับ 2 หนุ่ม รับจ้างขนยาบ้า 418,000 เม็ด

ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร โชว์ผลงานจับกุม 2 หนุ่ม พร้อมยาบ้า 418,000 เม็ด สารภาพได้ค่าจ้าง 200,000 บาท

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2565 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.ชัชชัย วงค์สุนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้รับรายงานจากชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ว่าได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวจะมีการขนถ่ายลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ ผ่านพื้นที่ จังหวัดมุกดาหาร ในห้วงเดือนธันวาคม 2565 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สงกรานต์ สันหกรณ์ รอง ผบก.ฯ พร้อม พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวนฯ และชุดปฏิบัติการฯ กองกำกับการสืบสวน เฝ้าติดตามและสืบสวนจับกุม ทั้งการตั้งด่านเส้นทางในพื้นที่ การสะกดรอยชุ่มสังเกตการณ์ตลอดแนวแม่น้ำโขง และเส้นทางถนนบ้านหนองหอย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร มาทางสี่แยกโพนทราย ต.โพนทราย อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยรถคันที่ใช้ขนยาบ้าจะใช้รถยนต์กระบะ แคป ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน หน้า-หลัง 2 ฒล- 5739 กทม. ตามรับแจ้งแล้ว ชุดจับกุมจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ศรุตฯ พร้อมพวกวางแผนเพื่อจับกุม จึงได้จัดวางกำลังบริเวณสี่แยกโพนทราย

กระทั่งเวลาประมาณ 19.16 น. รถของเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมมองเห็นรถทะเบียน 2 ฒล -5739 กทม. จอดติดไฟแดงที่แยกโพนทราย จึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจค้นแต่รถคันดังกล่าวได้ขับหลบหนี จึงได้ขับย้อนกลับไปทางบ้านแก่นเต่า ตำบลโพนทราย จึงได้สั่งการให้ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด แต่รถคันดังกล่าวใช้ความเร็วสูง รถของเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปต่อเนื่อง กระทั่งถึงบริเวณสะพานห้วยหวายดิน ต.พังแดง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร รถของเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมซึ่งได้ติดตามจนทัน ตรวจสอบพบคนขับทราบชื่อนายธนาทรัพย์ หรือแบ็งค์ บุดดี ส่วนคนโดยสารข้างคนขับทราบชื่อ นายอนุพงษ์ หรือโจ้ ถิ่นโสภา

จากการสอบถาม ทั้ง 2 คน รับว่าในแคปรถกระบะหลังคนขับมีกระสอบยาบ้าจำนวน 3 กระสอบ จึงได้เปิดดูในแคปกระบะพบกระสอบปุ๋ยสีขาว จำนวน 3 กระสอบ เมื่อเปิดดูภายในพบห่อยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ชนิดเม็ดลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งเรียบอีกด้านหนึ่งประทับตรา WY (ดับเบิ้ลยูวาย) แต่ละห่อมีสัญลักษณ์ Y1 สีเขียว จำนวน 71 ห่อ แบ่งเป็น ห่อละ 3 มัด (6,000เม็ด) จำนวน 67 ห่อ และห่อละ2มัด(4,000เม็ด) จำนวน 4 ห่อ รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด ประมาณ 418,000 เม็ด(สี่แสนหนึ่งหมื่นแปดพันเม็ด) จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ขยายผลตรวจค้นบ้านของนายธนาทรัพย์ฯ พบอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อ COLT ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาชีน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 แม็ก

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายธนาทรัพย์ บุดดี (ผู้ต้องหาที่ 2) ว่า มีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

มุกดาหาร – ด่านสะพานมิตรภาพไทยลาว 2 พร้อมให้บริการผู้ที่เดินทางเข้า -ออก

จุดผ่านแดนถาวร ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) และด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร พร้อมให้บริการผู้ที่จะเดินทางเข้า -ออกราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2565 ณ จุดผ่านแดนถาวร ด่านสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 ( มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ) ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร และด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตามที่จังหวัดมุกดาหาร เป็น 1 ใน 17 จังหวัดที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) มีมติเห็นชอบการปรับมาตรการในการเดินทางเข้า – ออก ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความพร้อม ณ ห้องประชุมด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ด่านศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจังหวัดมุกดาหาร จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร และปกครองจังหวัดมุกดาหาร ด้านพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองได้จัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ การทดสอบระบบเพื่อรองรับการเดินทางผ่านแดน รวมถึงการวางระบบคัดกรองบุคคลตามมาตรการป้องกันโควิด-19

ส่วนจุดผ่านแดนถาวร ท่าเทียบเรือ – ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร ทางเทศบาลเมืองมุกดาหารได้นำตรวจเยี่ยมตรวจสอบความพร้อม ทุกจุด เพื่อรองรับการผ่านแดน หากมีการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
นายปิยะพงษ์ นาโสก หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 ในการเปิดด่านตามคำสั่งของรัฐบาลไทย เมื่อวานวันที่ 1 มีคนไทยที่ลงทะเบียนเข้ามาจำนวน 2 ราย และวันที่นี้อีก 4 ราย ในการเข้ามาทางรัฐบาลไทยได้ยกเลิก Test a go แต่ตอนนี้ใช้ Free to go ซึ่งมีเงื่อนไขว่าทุกคนที่เข้ามาต้องมี Passport และได้รับวัคซีน ไม่ต้องกักตัว ขอความร่วมมือ Self – ATK ส่วนใครที่ไม่มี Passport ก็ต้องใช้บัตรผ่านแดนเข้ามา แต่ทางด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ แนะนำให้ลงทะเบียน Q-Alert ซึ่งเป็นแบบเข้าประเทศสำหรับประเทศที่ประกาศเป็นเขตติดโรคตามกฎหมาย ส่วนโปรแกรมที่จะช่วยให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาไม่ต้องไปกรอกเอกสาร มาสแกนได้เลย
ด้าน พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมที่จะรองรับการเดินทางเข้ามาราชอาณาจักร ตามเงื่อนไข ศบค. ที่ประกาศไว้ก็สามารถเดินทางเข้าได้ โดยสมัคร Thailand Pass ประกัน 10,000 เหรียญ กรณีที่มี Passport เข้าเกิน 3 วัน และตรวจโควิด – 19 ส่วนการเดินทางเข้าก็มีผู้เดินทางจำนวน 4 คน ภายใต้เงื่อนไข ศบค.

อย่างไรก็ตาม ระเบียบการเดินทางเข้า-ออก ของ สปป.ลาว เป็นไปตามระเบียบกฏเกณฑ์ของรัฐบาล สปป.ลาว ส่วนการเดินทางเข้า-ออก ต้องให้ทางรัฐบาลลาว อนุญาตเดินทางเข้า-ออกอีกครั้ง
ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหาร ยังมีประกาศจังหวัดมุกดาหาร 2 ฉบับ ตามมติ ศบค.ได้แก่ กำหนดมาตรการสำหรับสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังคงให้ปิดต่อไป แต่ให้ยื่นขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหาร ปรับรูปแบบเป็นร้านอาหารหรือเครื่องดื่มได้ ปรับมาตรการการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม จากเดิมไม่เกิน 23.00 น. เป็น ไม่เกิน 24.00 น. และกำหนดมาตรการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงส่วนการ ผ่อนคลายมาตรการในการเดินทางเข้า – ออก ของบุคคลผ่านช่องทางจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร (ท่าเทียบเรือ – ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร) และจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ซึ่งเป็นไปตาม คำสั่ง ศบค.

ส่วนสถานการณ์ การระบาดโรคโควิด – 19 จังหวัดมุกดาหาร วันนี้ ( 2 พ.ค. 2565) มีผู้ป่วยรายใหม่ 242 ราย จากการตรวจ PCR 23 ราย ตรวจ ATK 219 ราย ผู้ป่วยรักษาโรงพยาบาลจำนวน 145 ราย ประชาชนฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วจำนวน 519,630 โดส ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 241,030 ร้อยละ 68.62 ฉีดเข็มที่ 2 ร้อยละ จำนวน 212,316 ร้อยละ 60.44 และเข็ม 3 จำนวน 66,284 ร้อยละ 18.87 จากประชากรเป้าหมายตามทะเบียนราษฎร์

อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

มุกดาหาร – พิพากษาจำคุก ‘ลุงพล’ และ ‘ยูทูปเบอร์’ บุกรุกป่าสร้างวังพญานาค

ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 3 เดือนปรับ 45,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีกำหนด 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาทให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายกรมป่าไม้จำนวน 23,054 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี รื้อถอนพญานาคภายใน 30 วัน

วันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 09.00 น. นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล และ น.ส.สมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น เดินทางมายังศาลจังหวัดมุกดาหาร ตามหมายนัดของศาลให้มารับฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีอาญาหมายเลขดำ อ.971/2564 เรื่อง ความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ฯ กรณีก่อสร้างวังพญานาคในพื้นที่ บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยมีบรรดาเหล่ายูทูบเบอร์เดินทางมาให้กำลังใจที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดมุกดาหารเป็นจำนวนมาก การอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นเกี่ยวกับ นายไชย์พล วิภา และ นายธีรพงษ์ (สงวนนามสกุล) และนายนิคม (สงวนนามสกุล) สองยูทูบเบอร์ ถูกดำเนินคดีในข้อหา ในความผิด “ร่วมกันทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11”  “ร่วมกันทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติอันเป็นความผิดตาม พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14” จากนั้นในเวลา 10.30 น. ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 3 เดือนปรับ 45,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีกำหนด 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาทให้ จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายกรมป่าไม้จำนวน 23,054 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี รื้อถอนพญานาคภายใน 30 วัน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหารเข้าแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายไชย์พล พร้อมยูทูปเบอร์ 2 คน ในข้อหาตัดไม้ในเขตป่าสงวนดงภูพาน โดยมีหลักฐานเป็นคลิปยูทูปเบอร์กำลังตัดต้นกระถินป่า 4 ต้น ตรงจุดสร้างพญานาคและปรับพื้นที่ หลังจากมีคลิปการตัดไม้ของ นายไชย์พล พร้อมกับมียูทูปเบอร์ เป็นคนช่วยตัดช่วยลากต้นไม้ เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจากหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.2 (ดงหลวง) เข้ามาตรวจสอบพร้อมกับวัดขนาดของตอไม้ที่ยังคงเหลืออยู่ โดยได้มีการถ่ายรูปสภาพทั่วไป พร้อมกับตามหาชิ้นส่วนของไม้ที่ได้ถูกนำไปทิ้งบริเวณใกล้เคียง บางส่วนได้ถูกนำไปใช้สร้างที่พักคนงานก่อสร้าง หลังจากเข้าเก็บหลักฐานแล้ว พบว่าเป็นต้นกระถินป่า และได้รับการยืนยันว่าเป็นต้นไม้ขึ้นเองตามธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูพาน จ.มุกดาหาร

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

“มุกดาหารสมโภชเหรียญพระปางไสยาสน์-พญานาคแก่งกะเบา หารายได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส”

“มุกดาหารสมโภชเหรียญพระปางไสยาสน์-พญานาคแก่งกะเบา หารายได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส”

วันที่ 24 กันยายน 2561 เวลา 15.09 น.

ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

เป็นประธานในพิธีสมโภชเหรียญมหามงคลพระปางไสยาสน์และพญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช เพื่อหารายได้สมทบกองทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และเด็กกำพร้า ของอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอหว้านใหญ่ และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ณ ลานพญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช แก่งกระเบา อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

มุกดาหาร-ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาให้ดูดทรายประจำจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่ 3/2561

วันที่ 19 ก.ย. 2561 เวลา 09.00 น.

ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผวจ.มุกดาหาร
มอบหมายให้นายเพิ่มศักดิ์ ฉวีรักษ์ รอง ผวจ.มุกดาหาร

เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาให้ดูดทรายประจำจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่ 3/2561 โดยมีเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร ผู้แทนอัยการจังหวัดมุกดาหาร ผู้แทนปลัดจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่า สาขานครพนม ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียง

ณ ห้องประชุมสำนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร

ผู้ว่าฯมุกดาหาร รับมอบโครงการไฟส่องสว่างพระใหญ่ จาก กฟภ. ฉลองมุกดาหารครบ 36 ปี

## ผู้ว่าฯมุกดาหาร รับมอบโครงการไฟส่องสว่างพระใหญ่ จาก กฟภ. ฉลองมุกดาหารครบ 36 ปี ##

วันที่ 17 กันยายน 2561 เวลา 18.00 น.

ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

เป็นประธานในพิธีรับมอบโครงการ PEA LED เพื่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทย เนื่องในวันสถาปนาจังหวัดมุกดาหารครบรอบ 36 ปี จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำโดยนายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อส่องสว่างยังองค์พระใหญ่มุกดาหาร วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เพื่อเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดให้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามขององค์พระใหญ่ทั้งกลางวันและกลางคืน และเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่งของจังหวัดมุกดาหารอีกด้วย

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

มุกดาหาร-จัดโครงการฝึกอบรมมารยาทไทยและการเรียนรู้ศาสนพิธี เพื่อให้บุคลากรของส่วนราชการ

วันที่ 8 กันยายน 2561 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมแกรนด์ เอ เอ โรงแรมมุกดาหารแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสันธาน สร้อยสำโรง ปลัดจังหวัดมุกดาหาร ได้รับมอบหมายจาก ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมมารยาทไทยและการเรียนรู้ศาสนพิธี เพื่อให้บุคลากรของส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความรู้ความเข้าใจในมารยาทไทย และการปฎิบัติศาสนพิธีอย่างถูกต้อง ให้เห็นคุณค่าของมารยาทไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ สร้างต้นแบบบุคลากรของจังหวัดให้ทราบและปฎิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับยุคสมัยและกาละเทศะมากยิ่งขึ้น โดยมี นางศิรัชญา ครุฑอรัญ วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีบุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 200 คน
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี โดยมีวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นต้นแบบด้านมารยาทไทยและศาสนพิธีจาก
กระทรวงวัฒนธรรมเป็นวิทยากร
นอกเหนือจะส่งเสริมให้ทั้บุคลากรภาครัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชนทั่วไปเข้าใจในมารยาทไทย และปฎิบัติศาสานพิธีได้อย่างถูกต้องแล้ว ถือเป็นการสร้างพลังให้ประชาชนได้เกิดความหวงแหนเอกลักษณ์ของความเป็นชาติไทยให้คงไว้สืบไปชั่วลูกหลานตลอดไป