ชาวบ้านฮือเข้ามาอ้างสิทธิ์ฟอสซิลไดโนเสาร์อยู่ในเขตตำบล นายอำเภอน้ำพองแจงกระดูกไดโนเสาร์อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ อาจจะถูกน้ำพัดมาตามลำน้ำพอง หรือตายทับถมในพื้นที่คาบเกี่ยว 2 ตำบล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นางสาว ศศอร ขันสุภา นักวิชาการทรัพยากรธรณีชำนาญการพิเศษ ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว หรือ พิพิธภัณฑ์สิรินธร จ.กาฬสินธุ์ ยืนยันว่าซากดึกดำบรรพ์ หรือซากฟอสซิลที่พบในลำน้ำพองหลงพื้นที่บ้านโนนพะยอม ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เป็นของแท้ อายุประมาณ 100 – 110 ล้านปี เป็นชิ้นส่วนกระดูกสันหลังและเศษกระดูก ส่วนสันหลัง ซี่โครง ซึ่งเป็นเศษไม่ได้เต็มชิ้น และในเบื้องต้นนั้นคล้ายไดโนเสาร์จำพวกกินสัตว์ แต่จะต้องมีการศึกษาวิจัยยืนยันอีกครั้งก่อน โดยในพื้นที่แผ่นดินอีสานนั้นเป็นพื้นที่ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ตั้งแต่ 100 – 200 กว่าล้าน ปีที่ผ่านมาอยู่แล้วตามธรรมชาติ และทางน้ำนี้เป็นทางน้ำที่มีการสะสมมาตามธรรมชาติเมื่อหลายร้อยล้านปี

ตอนนี้ได้เก็บชิ้นส่วนที่แตกหักมาทำการศึกษาและเป็นแหล่งอ้างอิงว่า ณ บริเวณนี้ก็มีร่องรอยและมีการค้นพบ ในส่วนพื้นที่นั้นเนื่องจากพบเพียงเศษกระดูก เราจึงยังไม่ได้ปิดกั้น แต่จะอยู่ในความดูแลของทางเทศบาลตำบลม่วงหวานที่จะดูแลพื้นที่นี้ ในส่วนของเราเป็นการสำรวจเบื้องต้นจากการแจ้งพบของชาวบ้าน เป็นกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมายในการลงพื้นที่สำรวจ พ.ร.บ.พระราชบัญญัติซากดึกดำบรรพ์ โดยชิ้นส่วนฟอสซิลชิ้นใหญ่ที่อยู่เทศบาลม่วงหวานก็จะให้ทางเทศบาลเป็นผู้เก็บดูแลรักษาไว้ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาจากทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมให้กับทางพื้นที่ได้ดูและและให้ความรู้แก่ประชาชน

นายกรชวาลวิชญ์ ชัยพีรวัส นายอำเภอน้ำพอง ได้ลงพื้นที่พร้อมกับ นายพนม เย็นสบาย นายกเทศมนตรีตำบลม่วงหวาน บริเวณลำน้ำพองหลง บ้านโนนพะยอม ต.ม่วงหวาน รอยต่อบ้านบึงกลาง ต.หนองกุง เพื่อตรวจสอบบริเวณที่พบฟอสซิลไดโนเสาร์ซึ่งยังไม่ทราบสายพันธุ์ โดยทางเทศบาลฯ ได้มีการใช้เชือกกั้นบริเวณเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าไปขุดคุ้ย ทำลายสถานที่ดังกล่าวริมฝั่งลำน้ำพองหลง

นายอำเภอน้ำพองกล่าวว่า ได้ทำการรายงานให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นทราบถึงการพบฟอสซิลได้โนเสาร์ทราบแล้ว พร้อมกับประสานไปยังพิพิธภัณฑ์สิรินธร จ.กาฬสินธุ์ ยืนยันซากดึกดำบรรพ์ หรือซากฟอสซิลที่พบนั้น เป็นของแท้ อายุประมาณ 100 – 110 ล้านปี เบื้องต้นทางเทศบาลม่วงหวานได้นำฟอสซิลขนาดใหญ่ที่อยู่ในหินไปเก็บไว้ที่เทศบาลฯ เป็นที่เรียบร้อย ต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ว่า ฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ดังกล่าวตายทับถมอยู่บริเวณมาเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี หรือถูกกระแสน้ำพัดมาจากที่อื่น

ขณะเดียวกันได้มีชาวบ้านจากบ้านบึงกลาง ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านโนนพะยอม เข้ามาทวงสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของฟอสซิลไดโนเสาร์ เนื่องบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นของบ้านบึงกลาง ดังนั้นจะต้องเป็นของชาวบ้าน แต่ได้รับคำชี้แจงจากนายอำเภอ และนายกเทศบาลตำบลม่วงหวาน ว่า ฟอสซิลไดโนเสาร์ไม่ได้เป็นของผู้ใด เป็นของแผ่นดิน อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ใครก็ไม่สามารถครอบครองได้ ขอให้ชาวบ้านบึงกลางสบายใจได้ เพราะถ้าหากว่ามีการทับถมกันอยุ่ตรงนี้จริง พื้นที่ดังกล่าวอยุู่ในการดูแลของชลประทาน จะต้องมีการขออนุญาตขุดค้น และพัฒนาเป็นสถานที่ศึกษาทางธารณีวิทยา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน สร้างความพอใจให้กับชาวบ้านก่อนที่จะแยกย้ายกันไป

ทิ้งคำตอบไว้

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.