เมื่อเวลา11.54น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว สว. สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี มีนายอัมพร สีพา อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 12 ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ แจ้งว่า นางโอน ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง สัญชาติกัมพูชา เมียของตน ได้หายออกจากบ้าน ตั้งแต่เย็นวันที่ 12 เมษายน 2565 ติดต่อไม่ได้ จนถึงวันนี้ จึงมาแจ้งตำรวจ

นายอัมพร เล่าว่า ตนไปทำงานก่อสร้างและพบกับนางโอนที่กรุงเทพฯ และอยู่กินฉันสามีภรรยาประมาณ 10 ปี มีลูกสาว1 คน อายุ 7 ขวบ ภรรยาไม่มีบัตรต่างด้าว ไม่มีบัตรทำงาน ตนคิดจะไป แต่เพื่อนคนงานบอกว่าต้องใช้เงินมาก ให้เก็บเงินไว้เลี้ยงลูกจะดีกว่า กระทั่งต้นปี 2565 ตนพาครอบครัวย้ายทำงานอยู่ จ.อุดรธานี ตนและภรรยาแยกกันทำงาน ภรรยาตนทำงานอยู่กับผู้รับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ก่อนที่ภรรยาจะหายตัวไป เย็นวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา ภรรยาได้มาบอกตนว่า จะไปเงินค่าแรงจำนวน 8 วันกับนายจ้าง ที่บ้านเอื้ออาทร ซอย 3 บ้านจั่น ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี หลังจากนั้นภรรยาตนก็ไม่กลับมาบ้าน

นายอัมพร เล่าต่อวา ตื่นเช้าตนได้ไปถามนายจ้างก็บอกตนว่า ให้เงินค่าแรงภรรยาตนไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าภรรยาตนไปไหน ให้ตนออกไปตามหาบริเวณหนองน้ำใกล้บ้าน ซึ่งตนก็ได้ออกตามหาภรรยาไปทุกที่แต่ก็ไม่พบ ตนยังไม่ละความพยายาม ได้ลาออกจากงานที่ทำ แล้วมาสมัครทำงานก่อนสร้างกับนายจ้างของภรรยาได้ 2 วัน มีเพื่อนคนงานบอกตนว่า เมียนายจ้างพาภรรยาของตนไปทำงานต่างอำเภอ ตนจึงได้ไปถามภรรยาของนายจ้างว่าพาเมียตนไปทำงานที่อื่นจริงหรือไม่ หากนำภรรยาตนไป ก็ขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อด้วย เพราะเป็นห่วงมาก ลูกก็คิดถึงแม่ แต่ภรรยานายจ้างก็ไม่ยอมให้เบอร์โทรติดต่อ แถมนายจ้างยังได้ไล่ตนออกจากบ้าน และยังสั่งให้ลูกน้องมาทำร้ายตนอีก
นายอัมพร เล่าต่อไปว่า ตนขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกับลูกออกตามหาภรรยาทุกวัน จนถูกนายจ้างไล่ออกจากงาน ตนได้ไปทำงานกับผู้รับเหมาคนใหม่ และอาศัยอยู่ตามสถานที่ก่อสร้างกับลูก โดยกางเต็นท์นอน วันหยุดก็จะขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกับลูกออกจากหาภรรยาที่หายตัวไปนานนับเดือน จนวันนี้ตนรู้สึกหมดความหวัง ไม่รู้จะไปตามหาภรรยาได้ที่ไหน อีกทั้งตนและภรรยาก็ไม่มีโทรศัพท์มือถือติดต่อกันเลย จึงตัดสินใจมาแจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามหาภรรยาให้ตนด้วย

“ตนมั่นใจว่าภรรยาไม่นอกใจหนีไปกับผู้ชายใหม่แน่นอน ตนเกรงว่าเมียนายจ้างจะหลอกภรรยาของตนไปทำงานกับนายจ้างคนใหม่ โดยไม่ให้ติดต่อกับตนและลูก ตนห่วงภรรยามากไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ส่วนลูกก็คิดถึงแม่มากเช่นกัน จนบางวันฝันเห็นภรรยามาปลุกให้เก็บเสื้อผ้าเพราะฝนจะตก ลูกก็ร้องไห้หาแม่ทุกวัน ส่วนตนร้องไห้ไม่ได้ เพราะเกรงว่าลูกจะขวัญเสีย จึงอยากวอนนายจ้างและภรรยานายจ้าง ช่วยบอกที่อยู่ หรือที่ทำงานใหม่ของภรรยาให้ตนด้วย หรือพาภรรยากลับมาหาตนและลูก หรือให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกัน เพื่อลูกจะได้มีแม่ ครอบครัวของตนจะได้อบอุ่นเหมือนเดิม”

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

ทิ้งคำตอบไว้

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.