จ.อุดรธานี กรณีพายุฤดูร้อนถล่มพร้อมลูกเห็บมาแบบฟ้าแลบไม่ทันได้ตั้งตัว จนทำให้พื้นที่อ.บ้านดุงไฟดับทั้งอำเภอ ล่าสุดพบความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่ฯ การไฟฟ้าเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงต้นใหม่ ขณะเดียวกัน 2 ครอบครัว 5 ชีวิตเผยนาทีหนีตายพายุหมุนแบบงวงช้างแรงมาก ต้นยางยักษ์อายุ 100 ปีโค่นลงมาทับกระท่อมนาจนพังเหลือแต่ซาก โชคดีเจ้าของไม่อยู่พอดีรอดตายปาฏิหาริย์หากหลบที่นารับรองตายแน่ ส่วนอีกครอบครัวพาลูกรวม 4 ชีวิตหลบในบ้าน เจอพายุงวงช้างหอบเอาหลังคาไปทั้งหลัง ขื่อบ้านหล่นลงมาเกือบทับลูกสาว ตื่นตกใจจนร้องไห้เกิดมาเพิ่งเคยเจอ

วันนี้ (21 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพื้นที่ในอ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เกิดพายุฤดูร้อนมาแบบไม่ได้ตั้งตัวถล่มในพื้นที่ในหลายตำบล ทั้งต.บ้านดุง ต.โพนสูง ต.มีชัย ต.บ้านจันทน์ ต.บ้านม่วง จนทำให้ไฟดับไปทั้งอำเภอ ความเสียหายบ้านเรือนประชาชนถูกพายุถล่มจนหลังคาเปิดไปหลังคาเรือน นอกจากนี้เสาไฟฟ้าแรงสูงที่บริเวณบ้านโนนสำราญ ต.โพนสูง ถูกแรงพายุทำให้เสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ล้มไป 5 ต้น จนทำให้เกิดไฟดับไปทั้งอำเภอ โดยวันนี้นายจิรายุทธ กฤษณะกะลัส ผจก.ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอ.บ้านดุง ได้นำเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและสนับสนุนกำลังพล 40 นายและอุปกรณ์เครื่องกลหนักเข้าไปเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงใหม่จำนวน 8 ต้นแทนเสาเก่าที่ถูกแรงพายุพัดจนหักโค่นที่บริเวณสายบ้านหนองเม็ก-อ.บ้านดุง ก่อนจะเข้าบ้านโนนสำราญ ต.โพนสูง

นายจิรายุทธ กฤษณะกะลัส ผจก.ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอ.บ้านดุง เปิดเผยว่า ผลจากพายุเมื่อคืนที่ผ่านมา แรงมาก ทำให้มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าแรงสูงความสูง 14 เมตรหักโค่นลงมาจำนวน 5 ต้น วันนี้เจ้าหน้าที่ฯ ได้ระดมกำลังเข้ามาเพื่อกู้ซากเสาเก่าและเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าใหม่แทนโดยเพิ่มเป็น 8 ต้นเพื่อความแข็งแรงและทนต่อพายุในครั้งต่อไป การติดตั้งเสาใหม่น่าจะแล้วเสร็จในวันนี้แน่นอน แต่อย่างไรแล้วเมื่อคืนแรงพายุทำให้ไฟดับทั้งอำเภอไฟฟ้าในพื้นที่อ.บ้านดุงกลับมาใช้ได้ตามปกติตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว

ส่วนที่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านบ้านโนนสำราญ นายวีระชัย ทองใบ อายุ 62 ปีพาผู้สื่อข่าวดูต้นยางยักษ์อายุกว่า 100 ปีขนาด 2 คนโอบล้มทับกระท่อมนาของน้องชายที่สร้างเอาไว้เสา 12 ต้นจนพังยับเยิน ไม่เหลือให้เห็นว่าเป็นกระท่อมนาแต่อย่างใด

นายวีระชัย บอกว่า ปกติน้องชายคือนายประเสริฐ อายุ 42 ปีจะนอนที่กระท่อมนาเป็นประจำ แต่เมื่อคืนนี้คิดอย่างไรไม่รู้เข้าไปกินข้าวภายในบ้านห่างจากที่นาประมาณ 200 เมตร และเป็นช่วงกับจังหวะที่พายุมาพอดี ปรากฏว่าได้ยินเสียงโครม เห็นต้นยางยักษ์ที่อยู่ใกล้กับกระท่อมนา ล้มทับเสียงดังสนั่นหวั่นไหว โอ้ตกใจมาก กระท่อมนาที่ปลูกเอาไว้เสา 12 ต้นพังเละ ไม่มีเหลือซากให้เห็นเป็นกระท่อมนา เพราะต้นยางยักษ์ล้มทับ เมื่อคืนลมแรงมาก ขนาดต้นยางที่ว่ารากแข็งแรงแล้วยังโค่นได้ แต่บุญพระคุ้มครองและน้องชายไม่ได้อยู่กระท่อมนาทำให้รอดตายราวปาฏิหาริย์ หากหลบพายุอยู่กระท่อมนารับรองถูกต้นยางยักษ์ทับตายแน่ๆ

ส่วนที่บ้านเลขที่ 86 หมุ่ 8 บ้านโนนสำราญ ซึ่งเป็นบ้านของนางมลฤดี โพธินาม อายุ 48 ปี เจ้าของบ้าน พาผู้สื่อข่าวดูบ้านปูนชั้นเดียวที่ถูกแรงพายุหอบเอาหลังคาบ้านไปทั้งหลังกระเด็นไปตกอยู่กลางทุ่งนาห่างจากบ้านไปประมาณ 50 เมตร พร้อมเผยว่า เมื่อคืนนี้ตนเองสามีและลูกสาวรวม 4 ชีวิตหลบพายุอยู่ในห้องนอน ปรากฏว่าเพียงแค่อึดใจพายุมาเร็วมากไม่ถึง 2 นาที หอบเอาหลังคาบ้านเปิดไปทั้งหลัง เห็นกับตาเลย จังหวะนั้นเองขื่อบ้านที่เป็นไม้หล่นมาลงเกือบทับลูกสาว 2 คน ตกใจมากรีบอุ้มลูกสาวออกมา จะเปิดประตูก็เปิดไม่ออกเพราะแรงลมทำให้ประตูแน่น สามีจึงพังประตูออกมาได้แล้วรีบวิ่งไปบ้านย่าที่อยู่ใกล้กัน เมื่อคืนพายุมาแรงมาก ตกใจทั้งร้องไห้หอบลูกสาวหนีไปอยู่กับบ้านญาติ เกือบตายแล้วพวกเรา เกิดมาเพิ่งเคยเจอพายุแรงขนาดนี้

ขณะที่นายวิวัฒน์ วงศ์สมศรี ผช.ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนสำราญ เปิดเผยว่า เมื่อวานประมาณสองทุ่มครึ่งพายุเข้ามาในหมู่บ้าน ตนอยู่บ้านมองออกมาข้างนอกบ้าน คิดว่าหลังคาบ้านชาวบ้านคงไปเยอะแน่ พายุมาแรงมาก วันนี้สำรวจความเสียหายเบื้องต้นเฉพาะบ้านโนนสำราญเสียหายประมาณ 20 หลังคาและยังมีหมู่บ้านอื่นๆ อีกคิดว่าจะมีบ้านเรือนชาวบ้านเสียหายหลายร้อยหลังคา อย่างบ้านนางมลฤดูหลังนี้ถือว่าหนักเพราะหอบเอาหลังคาบ้านไปทั้งหลัง โชคดีที่เจ้าของบ้านไม่เป็นอะไร ตอนนี้ทางนายอำเภอฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่ฯ ออกสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบวาตภัยครั้งนี้เบื้องต้นแล้ว

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

ทิ้งคำตอบไว้

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.