หนองคาย ฉลองครบรอบ 30 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ร่วมทำบุญตักบาตรสองแผ่นดิน

replica rolex

Offer fake rolex datejust replica watch with high quality from Chinese,best quality replica rolex datejust fake swiss made watch.

Perfect Swiss replica wacthes/ replica cartier uk cheap sales.

If you’re interested in buying Tag Heuer Replica Watches, tagheuerreplica.com has you covered.

ไทย ลาวและออสเตรเลีย ร่วมทำบุญตักบาตรสองแผ่นดิน และร่วมเปิดงานฉลองย้อนรอย สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 บนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว ฯ เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี มีประชาชนชาวไทยและลาวร่วมจำนวนมาก

วันที่ 21 เมษายน 2567 เวลา 05.00 น. บริเวณบนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย นายสมภพ สมิตะศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย นายอาดสะพังทอง สีพันดอน จ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์, ท่านสมสัก วิไลทอน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ( เอกอัครราชทูตไทย) ประจำ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรสองแผ่นดิน โดยมี พันเอก ณรงค์ วิชญาณวรวุฒิ รองผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติภารกิจ รักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดมณฑลทหารบกที่ 24, องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย ส่วนราชการ,หน่วยงานภาคเอกชน, พี่น้องประชาชนฝั่งไทย และ พี่น้องประชาชนฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมในกิจกรรม ซึ่งได้นิมนต์พระสงฆ์ไทยและลาว จำนวน 62 รูป ออกเดินรับบิณฑบาตรบนสะพานมิตรภาพฯ มีประชาชนชาวไทยและชาวลาวเข้าร่วมทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก

สำหรับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ของ 3 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย ไทยและ สปป.ลาว ก่อสร้างแล้วเสร็จและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 , ฯพณฯ หนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศแห่ง สปป.ลาวและ ฯพณฯ พอล คีตติง นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียในขณะนั้น เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดสะพานฯ และได้เปิดให้ประชาชนได้ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2537 สร้างประโยชน์ให้กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งในแง่เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การคมนาคมและขนส่ง สะพานไม่เพียงแต่เชื่อมโยงพื้นที่ของทั้งสองประเทศ ให้มีความสะดวก รวดเร็วขึ้น แต่ยังเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวไทยและลาว จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างออสเตรเลีย ไทยและลาว

หนองคาย – “พ่อเมือง” หารือสถานทูตออสเตรเลีย เตรียมงานฉลอง 30 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่1

ผู้ว่าฯหนองคายนำทีมหนองคายประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่สถานทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ในการเตรียมจัดกิจกรรมงานฉลองครบรอบ 30 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์)

นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานการประชุมระหว่างทีมหนองคายกับเจ้าหน้าที่สถานทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมงานฉลองครบรอบ 30 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) โดยทีมหนองคาย ประกอบด้วย 1. นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย 2. นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย 3. นายสนั่น ณ นุวงษ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดหนองคาย 4. นายสมปอง จันทพันธ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย 5. นายประดิษฐ์ นัดทะยาย พัฒนาการจังหวัดหนองคาย 6. นายเกรียงศักดิ์ ถวายชัย ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย 7. นางรวงทอง พลธิราช วัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย 8. นายเกษศิริ สุวพงษ์ พาณิชย์จังหวัดหนองคาย 9. นางสาวรุจาภา วีสเพ็ญ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองคาย 10. นางมนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย 11. นายบัญชา อาสรัยราช ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย 12. นายวีระพงษ์ ผาแก้ว นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย 13. นายสามารถ ศรีนาดี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสะพานมิตรภาพไทย-ลาว(หนองคาย-เวียงจันทน์) 14. นางสาวสยามล เพชรดี ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดหนองคาย ส่วนเจ้าหน้าที่สถานทูตออสเตรเลีย ประกอบด้วย 1. นางเอนิด ฉัว เลขานุการเอก 2. นางสาววินนี่ นาคปรีชา ฝ่ายข่าวและการเผยแพร่ 3. นางสาวชรินทิพย์ พิมพ์พันธุ์ เจ้าหน้าที่ประสานงาน

โดยฝ่ายทีมหนองคายได้นำเสนอประเด็นต่างๆ ประกอบด้วย 1. รายละเอียดกิจกรรมการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (ทำบุญตักบาตร สานสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง, กีฬาสานสัมพันธ์, ย้อนรอยครบรอบ 30 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1  ประชุมสัมมนาBusiness Forum ว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน จับคู่ธุรกิจ, ฮักกันมั่นแก่น ค้าขายร่วมกัน สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน(OTOP) และประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความสัมพันธ์ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง) วันเวลาที่จัดงาน, สถานที่จัดงานเบื้องต้น, เหตุผลความจำเป็นของการจัดกิจกรรม, ความพร้อมของจังหวัดหนองคายในการจัดงาน และขอความร่วมมือจากสถานทูตออสเตรเลียในเรื่องการประสานงานต่างๆ ด้วย

ทางด้านเจ้าหน้าที่สถานทูตออสเตรเลีย ได้นำเสนอการให้ความช่วยเหลือ สนันสนุนกิจกรรมต่างๆ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ และได้สอบถามความคิดเห็นกับทีมหนองคายว่าหลังจากเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 แล้ว เกิดประโยชน์อะไรบ้างระหว่างไทย-ลาว และปัญหาอุปสรรคมีอะไรบ้าง พร้อมทั้งยืนยันจะรับข้อเสนอของทีมหนองคายไปหารือกับเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย และประจำ สปป.ลาว ต่อไป

โดยก่อนที่มีการประชุมหารือกันนั้น เวลา 13.30 น. ทีมหนองคายและเจ้าหน้าที่สถานทูตออสเตรเลีย ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของสถานที่ที่จะจัดกิจกรรม ประกอบด้วย บริเวณแขวงทางหลวงหนองคาย, บริเวณด่านพรมแดนหนองคาย และ บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประชุมหารือกันต่อไป

หนองคาย- ประมงนำพันธุ์สัตว์น้ำ 269,620 ตัว ปล่อยลงหนองปลาแดก ในวันประมงแห่งชาติ

ประมงจังหวัดหนองคาย นำพันธุ์สัตว์น้ำ 269,620 ตัว ปล่อยลงหนองปลาแดกแหล่งน้ำสาธารณะ ในวันประมงแห่งชาติ ให้เป็นแหล่งอาหารชุมชน

วันที่ 21 กันยายน 2566 (เวลา 09.30 น.) ที่ บริเวณหนองปลาแดก บ้านนาชุมช้าง หมู่ที่ 5 ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย นายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยมีหน่วยงานในสังกัดกรมประมงในจังหวัดหนองคาย ร่วมกับ อำเภอรัตนวาปี และองค์การบริหารส่วนตำบลรัตนวาปี จัดกิจกรรมขึ้น หนองปลาแดก เป็นแหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่มีเนื้อที่ทั้งหมด 37 ไร่ ลึกประมาณ 4-5 เมตร อยู่ในพื้นที่ บ.นาชุมช้าง ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย

ด้วย มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2549 กำหนดให้ วันที่ 21 กันยายน ของทุกปี เป็นวันประมงแห่งชาติ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ มีจิตสำนึก มีความรัก สามัคคี ปรองดองและร่วมมือกันดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน ให้เป็นแหล่งอาหารชุมชน ซึ่งกรมประมงขอความร่วมมือจากประชาชนงดจับสัตว์น้ำทุกชนิดในวันที่ 21 กันยายนของทุกปี

การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดหนองคาย จำนวน 200,210 ตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว ปลายี่สกไทย ปลายี่สกเทศ ปลาสวาย และปลาบึก โดยมีนายสุทัศน์ เผือกจีน ประมงจังหวัดหนองคาย พร้อมคณะ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย ผู้อำนวยการสำนักงานธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองคาย นายอำเภอรัตนวาปี ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองโพนพิสัย เกษตรอำเภอรัตนวาปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรัตนวาปี สภ.รัตนวาปี สน.รัตนวาปี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านนาชุมช้าง ตลอดจนชาวบ้านในตำบลรัตนวาปี เข้าร่วมกิจกรรม

นายพันธลภ แสงทอง-โภควินทร์ นันทรจันทร์ จังหวัดหนองคาย

หนองคาย พบอีกคันรถถูกขโมยจมน้ำโขง

จากการที่ขบวนการค้ารถข้ามชาติพยายามลักลอบ น้ำข้ามโขงไปขายที่ สปป.ลาว เจอทหารพราน ขับรถลงแพปล่อยจมหายไปกับน้ำแล้วขึ้นเรือหลบหนีเอาตัวรอด

วันที่ 6 ก.ค.66 เวลา 08.00 น. ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านตาดเสริม ม.1 ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย ร.ท.พิชิตพล เคนดา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2104 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นายสมควร ใจซื่อ นายอำเภอสังคม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่และนักประดาน้ำหน่วยกู้ภัยประจักษ์หนองคาย ร่วมกันค้นหา และตรวจยึดรถยนต์กระบะ ที่ขบวนการค้ารถข้ามชาติพยายามลักลอบ นำข้ามโขงไปขายที่ สปป.ลาว เจอทหารพราน ขับรถลงแพปล่อยจมหายไปกับน้ำแล้ว นานถึง 3 วัน พบห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 80 เมตร ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.นรธิป โพยนอก ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พ.อ.สุริวัชร์ อัครพรเดชาพงษ์ ผบ.ฉก.ทพ.21 นายสมควร ใจซื่อ นายอำเภอสังคม

สืบเนื่องจากเมื่อ 3 ก.ค.66 ที่ผ่านมา ร.ท.พิชิตพล เคนดา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2104 ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี พร้อมกำลังพล ร้อย.ฉก.ทพ.2104 และหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้ตรวจยึดรถยนต์ โตโยต้ารีโว่ 4 ประตู สีเทา ทะเบียน จง 2877 ชลบุรี จำนวน 1 คัน ซึ่งขบวนการค้ารถข้ามชาติพยายามลักลอบ นำข้ามโขงไปขายที่ประเทศลาว ในพื้นที่ บ้านตาดเสริม ม.1 ต.บ้านม่วง อ.สังคม ในขณะที่เข้าจับกุมอยู่นั้น ได้มีคนขับรถที่จอดบนแพ ขับรถยนต์กระบะ พุ่งลงแม่น้ำโขงและได้เปิดประตูรถออกมาขึ้นเรือหลบหนีไปทาง สปป.ลาว รถคันดังกล่าวได้จมลงในแม่น้ำ จึงได้ประสาน หน่วยกู้ภัยประจักษ์ หนองคาย กู้ภัยประจักษ์บ้านดุง และสมาคมกู้ชีพ-กู้ภัยเลย จ.เลย เข้าร่วมช่วยทำการค้นหารถยนต์กระบะคันที่จมลงในแม่น้ำโขง ตั้งแต่วันที่ 3 – 5 ก.ค. 66

ต่อมาในวันที่ 5 ก.ค.66 เวลา 15.30 น. ชุดค้นหาได้พบรถยนต์ที่จ่มอยู่ในแม่น้ำโขง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 80 เมตร จากนั้นจึงได้ทำการกู้ขึ้นมาจากน้ำแล้วนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2104 รวมตรวจยึดรถยนต์ครั้งนี้จำนวน 2 คัน คือ รถยนต์โตโยต้า รุ่น รีโว่ ประตู สีเทา ทะเบียน จง 2877 ชลบุรี และ รถยนต์โตโยต้า รีโว่ 4 ประตู สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน (คันที่กู้ขึ้นจากการจมน้ำ) จากนั้นได้นำของกลางส่ง พนง.สส.สภ.นางิ้ว อ.สังคม จังหวัดหนองคาย เพื่อติดต่อผู้ครอบครองรถ และติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนิคตดีตามกฎหมายต่อไป

นายพันธลภ แสงทอง / ฉก.ทพ.2104 ทพ.21 จังหวัดเหนองคาย

หนองคาย-ประชาชนและนักท่องเที่ยวหนีร้อนลงแช่น้ำโขง

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุถึง 40 องศา คึกคักทำเงินสะพัดต่อวันจำนวนมาก

วันที่ 15 เม.ย. 66   บรรยากาศการท่องเที่ยวเทศกาลมหาสงกรานต์อีสานหนองคาย มีนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่ และจากต่างจังหวัด เดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะทางน้ำคือหาดทรายริมแม่น้ำโขงของจังหวัดหนองคาย เพื่อคลายร้อน ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน เช่นสถานที่ท่องเที่ยว บริเวณหาดทรายทอง บ้านหัวทราย หมู่ 11 ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ และหาดท่ามะเฟือง หมู่ 6 ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย  ซึ่งเป็นสถานที่ยอดฮิต ที่คนนิยมไปเล่นน้ำมากที่สุด ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไม่แพ้จากหาดทรายริมทะเล  ซึ่งบริเวณหาดทรายริมแม่น้ำโขงยังได้จัดให้มีซุ้มอาหาร, ห้องอาบน้ำ,ห้องสุขา สถานที่จอดรถ ไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยมีการรักษาความปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นโดยเฉพาะ หาดทรายทองและหาดท่ามะเฟือง  มีนักท่องเที่ยวแน่นชายหาด พร้อมกับสั่งอาหารมานั่งรับประทานริมน้ำโขงกับบรรยากาศที่แสนจะมีความสุข ทั้งสองหาดมีซุ้มอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวกว่า 200 ร้าน  รวมถึงการบริการ ให้เช่าห่วงยางเล่นน้ำ อุปกรณ์เล่นน้ำ เจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ท ครบวงจร ภายใต้การรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ทั้งการเดินทางมาและการเดินทางกลับ

ที่สำคัญ  หาดทรายทอง และหาดท่ามะเฟือง เป็นหาดทรายขาว ที่มีน้ำใสไหลเย็นสะอาด และระดับน้ำไม่ลึก สามารถมองเห็นทัศนียภาพมองเห็นฝั่งนครหลวงเวียงจันทน์ ได้อย่างใกล้ชิด คล้ายกับมาเที่ยวที่นี้แล้วเท่ากับได้เที่ยวทั้งสองประเทศ  ซึ่งสงกรานต์ปีนี้จัดขึ้นภายหลังอั้นมาถึงสามปีเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19  ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวในพื้นที่ ทำให้มีเงินหมุนเวียนสะพัดในแต่ละวันจำนวนมาก

ภาพ-ข่าว พันธลภ  แสงทอง-อภิชาต  แสงรุ่ง  จังหวัดหนองคาย

หนองคาย- ‘พ่อเฒ่า’ สุดทนหลานชายเมาอาละวาด ทำลายข้าวของ ขู่จะเผาบ้าน คว้าได้มีดอีโต้ฟันคอดับอนาถ

หนองคาย-เฒ่าวัย 61 ปี สุดทนหลานชายเมาอาละวาด ทำลายข้าวของ ขู่จะเผาบ้าน คว้าได้มีดอีโต้ฟันคอดับอนาถ จมกองเลือด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มี.ค.66 (เวลาประมาณ 21.00 น.) ที่ผ่านมา ร.ต.อ.แดนนภา วงค์พิมพ์ ร้อยเวร สอบสวน สภ.เฝ้าไร่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เฝ้าไร่ ว่ามีเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านเลขที่ 191 ม.2 บ้านหนองควาย ต.วังหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัยและแพทย์เวรโรงพยาบาลเฝ้าไร่ รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตสวมกางเกงยีนขายาวสีน้ำตาล เสื้อยืดแขนสั้นสีดำนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านที่เกิดเหตุมีบาดแผลถูกของมีคมฟันเข้าที่บริเวณลำคอด้านซ้าย ทราบชื่อ นายกฤตานนท์ เพียงตา อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 191 ม.2 บ้านหนองควาย ต.วังหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย

ผู้ก่อเหตุคือ นายสำรวย เพียงตา อายุ 61 ปี มือมีด อยู่บ้านหลังเดียวกันกับผู้ตายยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนมือมีดเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายและมือมีดเป็นญาติกัน โดยมือมีดเป็นตาของผู้ตาย และพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปดื่มสุราเมาแล้วมาอาละวาดทำลายข้าวของภายในบ้านและพูดจาท้าย นายสำรวย ฯ มือมีด และนายสำรวยฯ ได้ห้ามไม่ให้พูด แต่ผู้ตายไม่ยอมฟัง นายสำรวยฯผู้เป็นตา สุดทนจึงได้เดินไปหยิบเอามีดโต้ความยาวประมาณ 57 เซนติเมตร ฟันเข้าบริเวณลำคอผู้ตาย 1 ครั้ง ทำให้ นายกฤตานนท์ ฯ ล้มลงและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ก่อนเกิดเหตุ นายสำรวย เพียงตา (ตา) เล่าว่าผู้ตายเป็นหลานชายของตน อยากได้ล้อรถ จยย.ตนจึงไปยืมเงินพี่ชาย 2,000 บาท มาให้ช่วงเช้า ผู้ตายขอไป100 บาท ตอนเที่ยงอีก 100 บาท ตกค่ำอีก 100 บาท ก็จะเหลือเงินเพียง 1,700 บาท จากนั้นน้องมาถ่ายรูป 150 บาท เงินก็ลดลง ผู้ตายจึงได้ขอเงิน 1,500 บาท เพื่อจะพาลูกของผู้ตายที่ไม่สบายไปอนามัย เงินจึงเหลือแค่ 1,100 บาท ยายมี 100 บาท รวมกันได้ 1,200 บาท ผู้ตายไม่ยอมยืนยันจะเอา 1,500 บาท ตนจึงไปยืมกับพี่สาวมา 300 บาท รวมเป็น 1,500 บาท เอาให้ผู้ตายหลังจากได้เงินผู้ตายจึงขับรถออกไป และวกกลับมาขออีก 300 บาท ตนไม่มีเงินทำให้ผู้ตายไม่พอใจจึงออกไปเบิ้ลรถจักรยานยนต์เสียงดังก้องบ้าน สักพักก็ขี่รถออกไปและขับเร็วมาก และวกกลับมารถผู้ตายเกิดล้ม จากนั้นได้โวยวายกับตนว่าทำรถให้ไม่ดีจึงทำให้รถล้ม เมื่อผู้ตายขี่รถล้มเมื่อไหล่ก็จะมาโทษตนทุกครั้ง และครั้งนี้มาขอเงินเพิ่มอีก 300 บาท ตนไม่มีให้ ก็โวยวายเสียงดัง ขว้างฟันแม็คโฮใส่รถกระบะเสียงดัง ตนซึ่งนอนอยู่กับลูกผู้ตายจึงลุกเดินออกไปดู และถามผู้ตายว่าทำทำไม และเอามือผลักผู้ตายเซ ตน เกรงจะได้รับอันตรายเนื่องจากเคยถูกผู้ตายทำร้ายมาแล้ว จึงเดินไปหยิบมีดอีโต้มาไว้เพื่อป้องกันตัว และเดินเข้าไปในบ้าน ผู้ตายจึงเดินตามไปและเตะตู้เก็บของ และเดินเข้ามาหา ตนจึงป้องกันตัวโดยขว้างมีดใส่ โดยไม่รู้ว่าจะโดนตรงไหน จากนั้นได้ยินเสียงภรรยาตัวเองร้องว่ามันตายแล้ว

จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ทราบว่าผู้ตาย ชอบขอเงินตา(มือมีด)และยาย เพื่อซื้ออุปกรณ์แต่งรถ ตาและยายต้องหากู้หนี้ยืมสินมาให้ผู้ตาย วันเกิดเหตุตา(มือมีด)และยายไปหายืมเงินมาให้ผู้ตายไม่ได้ผู้ตายจึงอาละวาด ทำลายข้าวของ และขู่จะเผาบ้าน ตา (มือมีด) คงจะสุดทนจึงก่อเหตุไม่คาดคิดขึ้น
ส่วนนายสำรวย เพียงตา ผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัว นำตัวมาทำการสอบสวนหาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุครั้งนี้ และแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เฝ้าไร่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พันธลภ(ฤาษีลภ) แสงทอง -โภควินทร์ จังหวัดหนองคาย

หนองคาย (ชมคลิป) ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ผ้าห่มพระราชทาน

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำผ้าห่มพระราชทาน จำนวน 500 ชุด และหน่วยแพทย์พระราชทาน พร้อมมอบกระเป๋ายาพระราชทาน จำนวน 200 ชุด ไปมอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบภัยหนาว พื้นที่อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย

วันที่ 15 ธันวาคม 65 เวลา 09.00 น. ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์องค์การ เรืองรัตนอัมพร รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำผ้าห่มพระราชทาน จำนวน 500 ชุด และหน่วยแพทย์พระราชทาน พร้อมมอบกระเป๋ายาพระราชทานจำนวน 200 ชุด ไปมอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบภัยหนาว ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสระใคร อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย โดยมีนายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และคณะข้าราชการของจังหวัดหนองคาย เข้าร่วม

จากนั้น รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง 3 ราย พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ คือนายอดุลย์ พานิพัด อายุ 55 ปี ประสบอุบัติเหตุ, นางบัว อินทวงศ์ อายุ 89 ปี เป็นโรคชรา และนางลำพอง พนักศรี เป็นผู้ป่วยโรคไต ซึ่งทั้ง 3 ราย เป็นผู้ป่วยติดเตียง

จังหวัดหนองคาย ประกอบด้วย 9 อำเภอ 62 ตำบล 678 หมู่บ้าน ทั้งนี้ จากอิทธิพลของความกดอากาศสูงที่ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะอากาศหนาวเย็น จำนวน 79,828 คน มีความต้องการเครื่องกันหนาว จำนวน 86,496 ชิ้น และวันนี้จังหวัดหนองคาย ได้นำผู้ประสบภัยหนาวของอำเภอสระใคร มารับผ้าห่มพระราชทาน รับกระเป๋ายาพระราชทาน และเข้ารับการตรวจสุขภาพจากหน่วยแพทย์พระราชทาน ทั้งนี้ ยังความปลาบปลื้มใจแก่ประชาชนต่างปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้.

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

หนองคาย-อบต.โพนสา พลิกวิกฤติ พร้อมเปิด หาดท่ามะเฟือง ต้อนรับนักท่องเที่ยว แคมป์ปิ้ง เล่นน้ำ แหล่งเที่ยวกลางน้ำโขง ชมความสวยสองฝั่งโขง

วันที่ 14 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ หนองคายบรรยากาศการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เริ่มกลับมาคึกคัก หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซาลง ขณะเดียวกันในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หาดท่ามะเฟืองแหล่งท่องเที่ยวอันซีนกลางน้ำโขง ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย หลังจากระดับน้ำลดปริมาณลง ส่งผลให้เกิดสันดอน เกาะ กลางแม่น้ำโขงในหลายพื้นที่

นายอภิสิทธิ์ วงษ์ศรีแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพนสากล่าวว่า หาดท่ามะเฟือง เป็นหาดทรายสีขาวเกิดกลางแม่น้ำโขงมีพื้นที่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร กว้างประมาณ 500 เมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสกับธรรมชาติ มาแคมป์ปิ้ง หลังทางหน่วยงานเกี่ยวข้องได้อนุญาต ให้ องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสา มีการเปิดรับนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หลังได้รับผลกระทบมาจากโควิดระบาด ทำให้ปีที่ผ่านมาไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ ทำให้ขาดรายได้

ปีนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสา ร่วมกับชาวบ้าน จะพลิกวิกฤติช่วงน้ำโขงลด จัดทำแคมป์ปิ้ง ซุ้ม ร้านอาหาร บริการอาหาร เครื่องดื่ม เน้นเมนูปลาน้ำโขง และบริการอุปกรณ์เล่นน้ำ เทียบชั้นทะเล นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมทิวทัศน์รอบเกาะกลางน้ำโขง ชมทิวทัศน์ของสองฝั่โขงไทย-ลาว ในช่วงฤดูหนาวถึงฤดูแล้งถือเป็นอีกพื้นที่รองรับ นักท่องเที่ยว ซึ่งมีการกำหนดเปิดหาดในช่วง ระหว่าง 16 -18 ธันวาคม 2565 ที่จะถึงนี้

ส่วนกิจกรรมวันที่ 16 ธ.ค. 65 ทำพิธีเปิด ต่อด้วย กิจกรรมแข่งขันกีฬาตำบล การแสดงดนตรีสด วันที่ 17 ธ.ค.65 กิจกรรมแข่งขันเรือ 5 ฝีพายในตำบล และการแสงดนตรีสด และวันที่ 18 ธ.ค.65 มีรายการชกมวยไทย (ชมฟรี) ณ.สนามชั่วคราวริมหาด และการแสดงดนตรีสด ซึ่งหาดจะเปิดยาวไปถึงช่วงสงกรานต์ ส่วนในปีนี้น้ำโขงลดเร็ว อีกทั้งมีสีสันสวยงาม น้ำสวยใสเย็น เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน ทั้งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน จากการขายอาหาร เครื่องดื่ม บริการเล่นน้ำ จากนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน

ซึ่งจะ สร้างรายได้ เงินหมุนเวียนสะพัดไม่น้อย ยิ่งช่วงสงกรานต์ จะมีประชาชน ทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด มาท่องเที่ยว คึกคัก แต่ปีที่ผ่านมา เจอสถานการณ์โควิดไม่สามารถเปิดบริการได้ กระทบหนัก ชาวบ้านในพื้นที่ขาดรายได้ แต่ช่วงนี้จะกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง ประชาชนจะมีงานมีรายได้ โดยเฉพาะคนที่ตกงานช่วงโควิดจะมีรายได้ เสริม

ส่วนการดูแล องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสา ได้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชน นักท่องเที่ยว มั่นใจในความปลอดภัย และเชิญชวนมาท่องเที่ยว สารมารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 087-2147398 นายก อบต.โพนสา :

ภาพ-ข่าว พันธลภ(ฤาษีลภ)แสงทอง-อบต.โพนสา จังหวัดหนองคาย

หนองคาย – กองบังคับการควบคุมที่ 2 (กรมทหารราบที่ 13) แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี)

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2565 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองบังคับการควบคุมที่ 2 (กรมทหารราบที่ 13) ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย พร้อมกับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เเถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา คือ นางสาว ภาสินี บุญที อายุ 36 ปี ที่อยู่ 59/10 หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เเละตรวจยึดของกลางยาเสพติด คือ ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี) ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 15 ถุง รวม 15,000 เม็ด โดยยาอีเม็ดสีเขียวลักษณะคล้ายลูกระเบิด จำนวน 10 ถุงๆละ 1,000 เม็ด รวม 10,000 เม็ด ยาอีเม็ดสีเหลืองลักษณะคล้ายลูกระเบิด จำนวน 3 ถุงๆละ 1,000 เม็ด รวม 3,000 เม็ด ยาอีสีส้มลักษณะคล้ายรูปสัญลักษณ์นาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ จำนวน 2 ถุงๆละ 1,000 เม็ด รวม 2,000 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี) ชนิดผง บรรจุอยู่ในซองเครื่องดื่มรสผลไม้ ยี่ห้อ Royal-D จำนวน 470 ซอง ยาเสพติดยี่ห้อ Frimin 5 บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีเขียวเเละเเดง จำนวน 347 ซอง (ซองสีเขียว 248 ซอง, ซองสีเเดง 99 ซอง) ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (เคตามีน) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีเขียว จำนวน 10 ถุงๆละ 1 กิโลกรัม รวม 10 กิโลกรัม รถยนต์เก๋งยี่ห้อ Toyota รุ่น Avanza สีดำ หมายเลขทะเบียน ญร 6237 กทม. จำนวน 1 คัน

สืบเนื่องจากกรณี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2565 เวลา 10.30 น. สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย เเละหน่วยงานความมั่นคง เข้าจับกุมผู้ต้องหา (น.ส.ภาสินีฯ) และตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าวได้ที่ ณ ด่านตรวจหนองสองห้อง ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ซึ่งต่อมาได้เข้าดำเนินการจับกุม นาย พันธุ์ภล ช้างเจริญ (แฟนหนุ่มของ น.ส.ภาสินีฯ) ภายหลังจากหลบหนีการจับกุม ได้บริเวณข้างถนนสี่เเยกหนองสองห้อง ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร จึงได้นำผู้ต้องหาและได้นำส่งของกลางทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจเมืองหนองคาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข้อมูลภาพข่าว   ร.ต.กฤษฎา มณีใส
#กรมทหารราบที่ 13

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

หนองคาย (ชมคลิป)เทศบาลเมืองหนองคาย จัดแถลงข่าว พร้อมจัดงานประเพณีออกพรรษาและเทศกาลบั้งไฟพญานาค ประจำปี 65 ยิ่งใหญ่

เมื่อเย็นวันที่ 20 กันยายน 2565 ที่ บริเวณลานวัฒนธรรม พระธาตุหล้าหนอง (พระธาตุกลางน้ำ) ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุมชนวัดธาตุ อำเภอเมืองหนองคาย เทศบาลเมืองหนองคาย จัดแถลงข่าว พร้อมจัดงานประเพณีออกพรรษาและเทศกาลบั้งไฟพญานาค และพิธียกฉัตรองค์พระธาตุหล้าหนอง โดยมีนายอลงกรณ์ รัชตเมธี รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย นายสังวาล ริมเขาใหญ่ รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย และนายวัชโร นวธาตรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย ร่วมแถลงข่าวโดยมีนายสุทธิ อมรวงศ์ เลขานุการนายกเทศมนต์ตรีเมืองหนองคาย เป็นพิธีกร ดำเนินรายการ ถึงภาพรวมของการจัดงานออกพรรษา ประจำปี 2565 โดยมีพิธียกฉัตรพระธาตุหล้าหนอง พิธีบวงสรวงและรำบูชาพญานาค กิจกรรมตักบาตรเทโวโรหนะ การแข่งขันเรือยาว การแข่งขันชกมวย การอนุรักษ์เรือยาวโบราณ ขบวนแห่ปราสาทผึ้ง การถวายปราสาทผึ้ง นอกจากนั้นในงานยังมีถนนอาหาร ถนนคนเดิน การประกวดธิดานาคี เทพบุตรนาคา การประกวดเทพีลุ่มน้ำโขง การลอยเรือไฟบูชาพญานาค และการลอยกระโป๋ไฟ 5 หมื่นอัน ความยาวกว่า 50 กิโลเมตร ส่วนการแสดงแสงสีเสียงปีนี้ ได้ปรับรูปแบบจากเดิม เป็นการแสดงแสงสีเสียง สื่อผสม

การจัดงานประเพณีออกพรรษาและเทศกาลบั้งไฟพญานาค ประจำปี 2565 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7—13 ตุลาคม 2565 ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเทศบาลเมืองหนองคาย นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมกิจกรรม ช้อป ชิม กินอาหารอร่อย ก่อนเดินทางไปชมและพิสูจน์ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค หรือ บั้งไฟผี ที่เกิดขึ้นกลางลำน้ำโขงในค่ำคืนวันออกพรรษา 10 ตุลาคม 2565 ในหลายพื้นที่ของจังหวัดหนองคาย

ภาพ-ข่าว พันธลภ(ฤาษีลภ)แสงทอง-ปวีณา จังหวัดหนองคาย

ที่มา: https://www.esandailyonline.com/