ชัยภูมิ ชาวบ้านบนเทือกเขาพังเหย นำรถไถกว่า 50 คัน ขนหินซ่อมถนนใช้เอง

วันที่ 19 เม.ย.67 ชาวบ้านหลังสัน และบ้านปากดง กว่า 300 หลังคาเรือนส่งตัวแทนนำรถไถพ่วงการเกษตร ออกมาบรรทุกหินคลุก ซึ่งนายพุทธิพงศ์ ม่วงศิลปะชัย นายอำเภอหนองบัวระเหว ได้มีการทำเรื่องขอความอนุเคราะห์ขอหินคลุกที่กัดออกจากผิวถนนลาดยางเดิมจากกรมทางหลวง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน นำไปพัฒนา ซ่อมแซม ถนนสายบ้านปากดง – หลังสัน ที่ชำรุดเสียหายในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา

ด้านนางเตือนใจ บำรุง นายก อบต.วังตะเฆ่ กล่าวว่า ถนนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ของอุทยานฯ ทางหน่วยงานจะพัฒนาเองไม่ได้จะต้องมีการขออนุญาต ซึ่งถือเป็นเรื่องอยาก และล่าช้ามาก ทางท้องถิ่นและอำเภอจึงได้หาแนวทางร่วมกัน โดยประสานขอหินคลุกจากกรมทางหลวง ที่ทำการกัดออกจากผิวถนนลาดยางเดิมให้กับชาวบ้านโดยการลงแขกช่วยเหลือกันในชุมชน นำรถมาขนเองหินคลุกที่ทางหลวงมอบให้ไปใช้ ซ่อมถนนใช้เอง ซึ่งชาวบ้านต่างร่วมแรงร่วมใจกันกันดีมาก ทั้งนี้ยังมีทั้งชาวบ้านและภาคเอกชนนำอาหาร น้ำดื่ม มามอบให้กับชาวบ้านได้รับประทานอย่างอิ่ม พร้อมเพียงกัน พร้อมวอนให้รัฐช่วยแก้ปัญหาข้อกฎหมาย ต่าง ๆ ของอุทยานฯ และป่าสงวนฯ ที่ยังมีข้อบังคับในเรื่องของการพัฒนากับชุมชนนั้นๆให้กับชาวบ้านด้วยเพื่อที่ชาวบ้านจะได้เข้าถึงการพัฒนาที่ดีต่อไป

วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ

ชัยภูมิ – รองผู้ว่าพ่อเมือง รับมอบทางม้าลายส่งต่อให้โรงเรียนในพื้นที่ บำเหน็จณรงค์ หวังลดอุบัติเหตุทางถนน

รองผู้ว่าฯรับมอบทางม้าลายเพื่อส่งมอบให้กับ รร.ในพื้นที่ บำเหน็จณรงค์ได้ใช้ในการช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 66 ที่บริเวณถนนหน้าโรงเรียนชุมชนบ้านเพชร (วันครู๒๕๐๐) นายไสมบัติ ไตรศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และ นายธงชัย โอฬารพัฒนะชัย ปลัดจังหวัดชัยภูมิ ได้เดินทางมาเป็นประธานรับมอบทางม้าลายจาก นายประพันธ์ สู่หนองบัว นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ หลังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ที่ให้สนับสนุนเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนและให้นักเรียนในพื้นที่ได้ข้ามถนนอย่างปลอดภัย ถูกกฏจราจร และลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

นายประพันธ์ สู่หนองบัว นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ เผยว่า อำเภอบำเหน็จณรงค์ เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่มีการใช้รถ ทั้งเล็กและใหญ่ สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรถเพื่อการเกษตร อีกทั้งถนนหลายสายหลายจุดมีเส้นจราจร ที่ลบเลือนชำรุดเสียหาย โดยเฉพาะ บริเวณหน้าสถานศึกษาที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะเด็ก ๆ นักเรียน ดังนั้นทางอำเภอบำเหน็จณรงค์ จึงได้เล็งเหตุความสำคัญในจุดนี้ จึงได้มีการจัดโครงการถนนปลอดภัยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนขึ้นมา โดยได้ขอรับความอนุเคราะห์ สนับสนุนจากภาครัฐ, บ.วิริยะประกันภัย(เจ้หมวยคำปิง), กก.ตร. และเอกชน เพื่อช่วยสนับสนุน งบประมาณ รวมถึงอุปกรณ์ในการดำเนินการในการพัฒนาสร้างทางม้าลายในครั้งนี้ เป็นการช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ให้เด็กๆนักเรียนในพื้นที่ได้ข้ามถนนอย่างปลอดภัย ถูกกฏจราจร และลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนทั่วไปในอนาคต

โดยทางอำเภอได้มอบให้ทาง สถานีตำรวจภูธรบำเหน็จณรงค์ สำรวจเส้นทางที่ใช้สัญจรไปมาของนักเรียน และประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบพบว่าบริเวณหน้าโรงเรียนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ไม่มีทางม้าลายบนผิวถนน จึงมีการทำทางม้าลายสำหรับคนข้ามถนน จำนวน 5 จุด คือโรงเรียนในพื้นที่ 3 จุด และในเขตชุมชนอีก 2 จุด เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนและนักเรียนผู้ใชรถใช้ถนน โดยได้มีการดำเนินการทำเครื่องหมายจราจร (Trafic paint) ลูกแก้ว (Glass Bead) วัสดุรองพื้น (Tack Coat or primer) ตามมาตรฐานทางม้าลายของกรมทางหลวง พร้อมกันนี้ทางอำเภอบำเหน็จณรงค์ ก็จะได้มีการดำเนินการติดตั้งไฟสัญญาณจราจร และเส้นขอบถนน ตามจุดต่างๆเพิ่มอีกในอนาคตต่อไป

วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ

ชัยภูมิ -นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำชมพระอาทิตย์ตกดินที่ ‘เขื่อนโป่งขุนเพชร’

บรรยากาศเล่นน้ำคลายร้อนและชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่เขื่อนโป่งขุนเพชรคึกคัก
ที่เขื่อนโป่งขุนเพชร ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ วันนี้ถือนเป็นวันสุดท้ายของการเล่นสงกราตน์ ของนักท่องเที่ยว ก่อนจะเดินทางกลับไปทำงานยังสถานที่ต่างๆในต่างจังหวัด
โดยมีนักท่องเที่ยวท้องนอกและในจังหวัดต่างพาลูกๆหลานๆมาเล่นน้ำคลายร้อนที่ริมเขื่อนอย่างคึกคักไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเลยที่เดียว นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังได้ชมความสวยงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ริมเขื่อนอย่างสวยงามในที่เดียวกันอีกด้วย

วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ

ชัยภูมิ (ชมคลิป) ‘ลาบเทา’ เมนูเด็ดสาหร่ายอีสานสร้างรายได้งามยามหน้าหนาว

ชาวบ้านอีสานเปิบ เมนู ลาบเทา แซบหลาย อาหารจากแหล่งน้ำธรรมชาติมากคุณค่า วิถีอยู่กินแบบบ้านๆในชนบท
วันนี้ 13 พ.ย.65 ชาวบ้าน อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ออกหา“เทา” สาหร่ายน้ำจืด อาหารจากแหล่งน้ำธรรมชาติใสสะอาดและน้ำนิ่ง นำมาปรุงเป็นอาหารมื้อพิเศษรับประทานและขายสร้างรายได้เข้าครอบครัวตามวิถีชาวบ้านชนบท แซบหลายเด้อ! “ลาบเทา” อาหารมากคุณค่าวิถีอยู่กินของชาวในเขตชนบท เมื่องพญาแล ชาวบ้าน บ้านภูเขาทอง ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ นำสวิง และถังน้ำ ออกหา “เทา” (สาหร่ายน้ำจืด) เส้นสีเขียวสด อาหารจากแหล่งน้ำธรรมชาติใสสะอาดและน้ำนิ่ง นำมาปรุงเป็นอาหารมื้อพิเศษรับประทานในครอบครัวและเครือญาติ เผยเป็นอาหารมากคุณค่า อุดมด้วยโปรตีน แคลเซียม และเบตา-แคโรทีนสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หนองน้ำ ชาวบ้านบ้านภูเขาทอง ต.โคกสะอาด ได้มีชาวบ้าน พากันนำสวิง และถังน้ำลงไปยังแหล่งน้ำดังกล่าวเพื่อหาเก็บหรือซ่อน ตัก “เทา” มาทำอาหารเมนูอีสาน “ลาบเทา” รับประทาน และขายในในชุมชน ซึ่งชาวบ้านบอกว่า “เทา” คือสาหร่ายน้ำจืดสีเขียว มีลักษณะเป็นเส้นเล็กยาวคล้ายผม สีเขียวสด มักอยู่ในหนองน้ำหรือแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและน้ำนิ่ง ในระดับน้ำไม่ลึก สามารถมองเห็นด้วยสายตาเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นก้อนๆ

โดย “เทา” ที่ยังอ่อนจะลอยอยู่ใต้น้ำ เหมาะนำไปปรุงเป็นอาหารรับประทาน สำหรับเทาแก่หมดอายุแล้วจะลอยตัวขึ้นเหนือน้ำ ไม่สามารถนำมาปรุงอาหารได้ ชาวบ้านจะใช้มือเกี่ยวเก็บเอาเทาสีเขียวที่อยู่ใต้น้ำแล้วนำมาล้างเก็บเศษไม้ ใบหญ้า หรือสิ่งเจือปนในเทาออกให้หมดจนสะอาดเห็นเป็นเส้นเทาสีเขียวสด จากนั้นจึงนำมาประกอบปรุงเป็นอาหารมื้อพิเศษรับประทานในครอบครัว อีกทั้งชาวบ้านคนอีสานนิยม “ลาบเทา” กินร่วมกันในหมู่เครือญาติหรือเพื่อนบ้าน

ด้าน น. ส.บัวเรียม จำปา อายุ43 ปี ชาวบ้านภูเขาทองเผยว่า ตนเอและเพื่อนบ้านจะใช้เวลาว่างหลังเลิกงานออกมาหาเทา ไปขายโดยทำเป็นถุงถุงล่ะ20 บาท ส่วนหนึ่งก็จะทำเป็นเมนูลาบเทาขาย โดยตักเป็นถุงๆล่ะ10-20 บาท ขายให้เพื่อนบ้าน สำหรับเมนู “ลาบเทา” เครื่องปรุงที่สำคัญต้องมี หัวหอม ผักชี ต้นหอม น้ำปลาร้า มะเขือ ปลาทู หรือปลานิล ต้มปลาร้า ข้าวคั่ว พริกป่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใส่มะนาว หรือสิ่งที่เป็นของเปรี้ยวทั้งสิ้น เพราะจะทำให้รสชาติไม่อร่อย และประการสำคัญ เทาสีเขียวต้องไม่ต้มหรือทำให้สุกแต่อย่างใดแพราะจะเทาให้มีรสชาติที่เปลี่ยนไปเช่นมีรสฟาดไม่อร่อย

ขั้นตอนการทำ “ลาบเทา” หลังจากได้ “เทา” ที่ล้างสะอาดแล้วมาเตรียมเครื่องปรุงลาบเทา คือ การต้มน้ำปลาร้าให้สุก พร้อมหั้นมะเขือเป็นชิ้นเล็กๆ ถั่วผักยาวหั่น ปลาทู หรือปลานิล ต้มปลาร้า แกะเอาแต่เนื้อ พริกป่น คลุกเข้าด้วยกัน ให้เป็นน้ำพริกสดมะเขือปลาทู จากนั้นนำน้ำพริกที่ได้มาคลุกกับน้ำปลาร้าสุก นำไปคลุกกับน้ำพริกปลาทูมะเขือที่เตรียมไว้ ก่อนนำเทาสีเขียวสดลงไปคลุกหรือคนให้เข้ากัน จากนั้นใส่ ต้นหอม ถั่วฝักยาวหั่นโรยด้วยข้าวคั่ว พริกป่น ปรุงรส ชาติให้ได้ตามต้องการ เสร็จแล้วได้ “ลาบเทา” สูตรบ้านนอกอีสานของแท้แบบธรรมชาติ รับประทานที่แสนอร่อยกันในครอบครัวและขายสร้างรายได้เข้าครอบครัว วันล่ะ200บาทในระยะนี้ ตามวิถีคนชนบทที่อยู่อย่างมีความสุข แบบพอเพียง

ทั้งนี้ เทา เป็นสาหร่ายน้ำจืด พบมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ในแหล่งน้ำนิ่ง สะอาด ใส รูปร่างเป็นสายเล็กๆ เส้นยาวคล้ายผม ไม่มีกิ่งก้าน รวมกันเป็นกลุ่มสีเขียว มักพบมากในช่วงหน้าฝน ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานหรือขายโดยม้วนเป็นก้อนกลมๆ โดยส่วนมากนำมากินเป็นผักสด ผักลวกกับน้ำพริก หรือมาลาบ ยำ แกงส้ม มีแคลเซียมและเบตา-แคโรทีนสูง

ส่วนประโยชน์ของ “เทา” จากการศึกษาของกลุ่มนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พบว่าเทา 10 กรัมจะมีโปรตีนค่อนข้างสูงถึง 20% มีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 31 % ให้เส้นใยสูงถึง 21% และยังมีวิตามินบีโดยเฉพาะ บี 2 ถึง 355 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม นอกจากนั้นมีกรดโฟลิก และกรดแพนโทธีนิก ซึ่งเป็นกลุ่มวิตามินที่สำคัญอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมอีกด้วย จึงนับว่าเป็นอาหารให้คุณค่าที่มาจากพื้นบ้านอย่างหนึ่ง

วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ

11 กย -ประกาศอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ รับแจ้งจากเขื่อนห้วยกุ่มและอ่างน้ำพรมชลประทานโนนเขวา

ประกาศอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ รับแจ้งจากเขื่อนห้วยกุ่มและอ่างน้ำพรมชลประทานโนนเขวา ในปัจจุบันมีฝนตกต่อเนื่องทำให้น้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับการระบายน้ำจากเดิมวันละ1,200,000 ลบ.ม.เป็น 1,500,000 ลบ.ม.ดังนั้นอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ริมน้ำพรมและลำน้ำสาขา เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องอาหารและยารักษาโรคพร้อมขนของขึ้นที่สูงและอพยพสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ปลอดภัย

ภาพ : FB: Natcha Nat Jira /”นมสด”โฮ่ง โฮ่ง ข่าว

อาจเป็นรูปภาพของ แหล่งน้ำ และ ต้นไม้
อาจเป็นรูปภาพของ ต้นไม้ และ ถนน
อาจเป็นรูปภาพของ ท้องฟ้า และ ถนน
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, ทะเลสาบ, ภูเขา, ธรรมชาติ และ ต้นไม้
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน, ผู้คนกำลังยืน และ แหล่งน้ำ
อาจเป็นรูปภาพของ แหล่งน้ำ และ ต้นไม้

ชัยภูมิ – พบรอยเท้าสัตว์ คล้ายรอยเท้าหมี ในป่าข้าวโพดของชาวบ้าน

29 ส.ค. 65 หลังมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ วีระ แร้วใง ได้มีการนำภาพรอยเท้าสัตว์ คล้ายรอยเท้าหมี มาโพสผ่านเฟสบุ๊ค ระบุว่า เข้าป่าเจอรอยนี้ถึงสดุ้ง แล้วมันรอยอไร …..? จากนั้นก็มีการแชร์ ต่อๆกันไป และพูดกันไปต่างๆนาๆว่าเป็นรอยสัตว์ชนิดนั้นชนิดนี้บ้างบนโลกโชเชียล

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้ใช้เฟสบ๊คดังกล่าวทราบว่ารอยเท้าสัตว์ที่พบอยู่ ในพื้นที่ ม.6 บ้านหัวสะพาน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ จึงเดินทางไปตรวจสอบ และได้พบกับ นายกองเงิน คึกขุนทด อายุ50ปี บ้านเลขที่ 110 ม.6 บ้านหัวสะพาน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ พร้อมเผยว่า รอยเท้าสัตว์ดังกล่าวพบที่บริเวณไร่ข้าวโพดของตนเอง อยู่ติดเทือเขาปากคอก ท้ายหมู่บ้าน ม.6 บ้านหัวสะพาน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งก่อนที่จะพบรอยเท้านนี้ได้มีชาวบ้านอีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งอยู่ติดกันได้นำควายมาเลี้ยง ตามแนวป่าเทือกเขาปากคอก ซึ่งอยู่ติดป่าข้าวโพดของตนเอง และจู่ๆสุนัขของชาวบ้านก็เกิดพบเจอกับสัตว์ดังกล่าวจนกระทั้งเกิดการต่อสู้กัน เจ้าควายของตกใจร้องตะโกนดั่งลั่นป่าเรียกเพื่อนให้มาช่วยดู ขณะนั้นตนเดินดูไร่ข้าวโพดอยู่แถวนั้นพอดี จึงได้มองไปดูพบเห็นสัตว์ป่าตัวสีดำหรือเทาๆดังกล่าวกำลังวิ่งหนีกลุ่มสุนัข3-4ตัวที่กำลังวิ่งกันอย่างดุเดือดในป่าเพ็ก บนเทือกเขาปากคอกดังกล่าว สักพัก สัตว์ตัวดังกล่าวก็ได้วิ่งหนีไปไหนป่าหายจากนั้นต่อก็มาพบรอยเท้าสัตว์ดังกล่าว จำนวนมาก เดินอยู่วนเวียนในป่าข้าวโพดของตน ทั้งนี้ยังพบรอยคุ้ยเขี่ยหากินและ กองมูลสัตว์ หรืออุจจาระ ที่ปล่อยทิ้งไว้จำนวน 3กองในป่าข้าวโพดนี้ด้วย

ด้านนายกองเงิน คึกขุนทด กล่าวต่ออีกว่า ตนไม่ได้กลัว หรือตกใจกับรอยเท้าที่พบหรอกเพราะเกิดความเคยชินตนอยู่กับป่าในพื้นที่นี้มานาน เพียงแต่อยากให้มีการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นสัตว์ชนิดใดเพราะเกรงว่ากลุ่มพรานป่า จะมาพบเห็นสัตว์จนถูกล่าไปเสียก่อน วอนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบด้วย

ภาพ/ข่าว//วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ

ชัยภูมิ ระทึกฝนตกถล่มน้ำป่าซัดฝายอาจารย์จื่อแตกมวลน้ำทะลักหวั่นท่วมเรือกสวนไร่นาชาวบ้านเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 11 กฎกราคม 2565 หลังเกิดพายุฝนตกกระหน่ำบนเทือกเขาพังเหย อย่างหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน ในพื้นที่ ต.ท่ากูบ อ.ซับใหญ่ จ.ชัยภูมิ ทำให้มีมวลน้ำป่าสีแดงขุนจำนวนมากไหลลงจากเทือกเขาลงมาตามลำกระจวน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านซับสายออ ตำบลท่ากูบ ซึ่งทางราชการกำลังดำเนินนำเครื่องจักรหนัก ทำการก่อสร้างฝายกันลำน้ำขนาดใหญ่กันลำกระจวน สันฝายดินขนาดใหญ่เกิดรับน้ำไม่ไหว ถูกน้ำป่ากัดเซาะสันฝายดินที่กันลำห้วยกระจวน แตกพังทลาย กว้างกว่า 30 เมตร ลึก 10 เมตร ทำให้มวลน้ำจำนวนมากได้ไหลทะลักออกจากตัวฝายกันน้ำ เป็นจำนวนมาก ทำให้กระแสน้ำป่าสีแดงขุนที่ไหลเชี่ยวแรงหลากอาจไหลหลากเข้าท่วมเลือกสวนไร่นาและพื้นที่การเกษตร เสียหายได้

ขณะนี้ทางราชการยังไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้าไปช่วยซ่อมแซมได้เนื่องจากยังมีฝนตกตลอดทั้งวันและมีกระแสน้ำที่แรงเชี่ยวมาก

ด้าน นายเดช เสนาะคำ นายอำเภอซับใหญ่ ได้นำปลัดอาวุโส และนายก ตำบลท่ากูบผู้นำชุมชนลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นการด่วน พร้อมประกาศแจ้งเตือนประชาชนทั้งในพื้นที่และในอำเภอใกล้เคียงที่อยู่ด้านล่างให้เฝ้าระวังหวั่นตลอด24ชั่วโมง หวั่นเกิดอันตรายต่อชีวิตของชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงรวมถึงพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายอาจเป็นได้ในระยะนี้

ภาพ/ข่าว วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

ชัยภูมิ – จัดใหญ่งานเจ้าพ่อพญาแล และ ของดีอำเภอซับใหญ่ ปี65 คึกคัก

ชาวอำเภอซับใหญ่ นับพันคนใน3ตำบลแห่ร่วมพิธีขบวนแห่บายศรีไปตามถนนจากหน้าโรงพยาบาลอ.ซับใหญ่ไปบริเวณหน้า อ.ซับใหญ่ เพื่อร่วมพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อพญาแล และ งานของดีอำเภอซับใหญ่ ประจำปี2565ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 -12 กรกฎาคม 2565นี้อย่างคึกคัก

ที่ บริเวณ อำเภอซับใหญ่ จังหวัดชัยภูมิ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อพญาแลพร้อมผูกผ้าขม้าและคล้องมาลัยกรแก่องค์รูปหล่อเหมือนเจ้าพ่อพระยาแล ประจำอำเภอซับใหญ่ และเปิดงานของดีอำเภอซับใหญ่ โดยมีนายเดช เสนาะคำ นายอำเภอซับใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ นายกแต่ล่ะตำบล พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในพื้นที่อำเภอซับใหญ่ให้การต้อนรับและร่วมพิธี

โดยภายในงานก็จะมีขบวนแห่บายศรีที่สวยงามของชาวบ้านแต่ล่ะตำบลของอำเภอซับใหญ่ พร้อมชมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้าโอท๊อปต่างๆของชาวบ้านในพื้นที่ ชม การประกวดโคสวยงาม และการประกวดส้มตำลีลาและผัดหมี ซึ่งแต่ละทีมมีการแต่งตัวที่มีสีสันแตกต่างกันไปโดยงัดลีลามออกมาโชว์กันอย่างคึกคัก ซึ่งเป็นการจัดงานในรูปแบบใหม่ที่ สวยงามตระการตาและมีมนต์ขลังเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของดีของอำเภอซับใหญ่ ทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกระจายรายได้ ในงานครั้งนี้

ภาพ/ข่าว วิรัตน์ ดวงแก้ว จ.ชัยภูมิ 098-6368829

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

ชัยภูมิ (ชมคลิป) ฮือฮา แห่รวมแต่งงานอึ่งค่าสินสอด 3 ล้าน

ชัยภูมิฮือฮาจัดงานวิวาห์อึ่ง สินสอด 3 ล้านบาท ทองหนัก10บาท เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวร่วมกันอนุรักษ์ผืนป่า เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 30 มิ.ย.65 ณ.บริเวณ ป่าชุมน บ้านโนนศิลา ต.หนองข่า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ นายสนอง มะลัยขวัญ นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ประธานพิธีแต่งงานอึ่งอ่าง โดยมีท้าวสุขสมคู่บ่าวชาวต่างชาติจากสปป.ลาวสาว จดทะเบียนสมรสกับ นางสาวโนนศิลา และคู่บ่าวสาวอีก จำนวน 19 คู่ ทั้งการจัดขบวน แห่ขันหมากเงินสินสอด 3 ล้านบาท และทองคำแท่งหนัก 10 บาท โดยมีขบวนแห่ธิดาอึ่งอ่างจาก12 หมู่บ้านของตำบลหนองข่า เพื่อแข่งขันชิงเงินรางวัล

นอกจากนั้นยังมีเพื่อนเจ้าบ่าวเพื่อนเจ้าสาว ซึ่งมีทั้งกบ เต่า อึ่ง หอย ปลาไหล ไก่ป่าและกระตายจำนวนมาก ร่วมในพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อมือคู่บ่าวสาว และจดทะเบียนสมรส โดยมีนายสนอง มะลัยขวัญ นายอำเภอเกษตรสมบูรณื เป็นนายทะเบียนด้วยตัวเอง ท่ามกลางสักขีพยานทั้งหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนที่มาร่วมงานกว่า 300 คน ก่อนที่จะส่งตัวเข้าสู่เรือนหอ และปล่อยตัวคู่บ่าวสาว รวมทั้งเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาวสู่ธรรมชาติในแหล่งน้ำป่าชุมชนโนนศิลาที่อุดมสมบูรณ์เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป

ด้านนายซีกวน ฤาชา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองข่า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นแม่งานในครั้งนี้กล่าวว่า กิจกรรมการจัดพิธีแต่งงานอึ่งอ่างนั้นถือเป็นการสร้างกระแส และสีสัน เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว เพื่อที่จะร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำพร้อมสัตว์น้ำและผืนป่ามากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ป่าแห่งนี้มีการบุกรุกทำลายป่า และมีการตัดไม้เผาถ่านจำนวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อพันธุ์สัตว์น้ำ สัตว์ป่าและทรัพยากรป่าไม้ ดังนั้นกิจกรรมการครั้งนี้จึงเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนทุกคนเกิดความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ และร่วมกันปล่อยสัตว์ ทั้งอึ่งอ่าง กบ หอย ปลา ไก่ป่าและกระต่าย ซึ่งถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจและเป็นอาหารของคนอีสาน เพื่อที่จะขยายพันธุ์เกิดความอุดมสมบูรณ์ และจะกลายเป็นตู้เย็นธรรมชาติที่ประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามาเก็บเห็ดหาอาหารต่อไป

ที่มา : https://www.esandailyonline.com

ชัยภูมิ ลูกแชร์นับร้อยแห่แจ้งความ ถูกเท้าแชร์โกงเงินกว่า 100 ล้าน

ชาวบ้านข้าราชการบำนาญและลูกแชร์ชาวชัยภูมิแห่แจ้งความหลังถูกเท้าแชร์หลอกให้รวมลงทุนแชร์ออนไลน์ สุดท้ายเชิดเงินหนีสูญเงินว่า 100 ล้านบาท ลูกแชร์หลงเชื่อร่วมลงทุนกว่า 100 ราย ทั้งในจังหวัดชัยภูมิและต่างจังหวัด

เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ (25 พ.ค.2565)กลุ่มข้าราชการบำนาญ ชาวบ้านในจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดใกล้เคียง จำนวนกว่า 10 คน ได้นำเอกสารหลักฐานเข้ารุดเข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.อ.นิพนธ์ เพื่อนสงคราม รอง สว.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อเอาผิดต่อ ผู้บริหารบริษัทSmartplus(สมาร์ทพัลส) สาขาชัยภูมิ ที่ได้มาชักชวนให้ร่วมลงทุนแชร์ออนไลน์โดยให้เงินปันผลหรือผลกำไรสูง แต่สุดท้ายเชิดเงินหนี ทำให้สูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก โดยผู้เสียหายที่มาแจ้งความวันนี้ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการบำนาญ ในวัยเกษียณราชการ ต่างนำเงินที่ได้จากบำนาญ มาร่วมลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท โดยช่วงแรกจ่ายเงินปันผลดีจนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและเอาเงินปันผลที่ได้มาลงทุนต่อเพื่อให้ได้ผลกำไรเพิ่มขึ้น และต่างไปชักชวนบอกต่อญาติพี่น้องให้มารวมลงทุน แต่สุดท้ายก็โดนเชิดเงินหนี เมื่อเดินทางไปสอบถามกับถูกบ่ายเบี่ยงจากเจ้าหน้าที่ฯบริษัทฯ จึงตัดสินใจรวมตัวกันเดินทางมาแจ้งความ กลับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้านนายกิติพร เศรษฐภูมิภักดี ยืนยันว่าตนและเพื่อนเพื่อน ข้าราชการบำนาญ ได้นำเงินไปลงทุนกับบริษัทSmartplus(สมาร์ทพัลส) สาขาชัยภูมิ ที่มีสาขาอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย

ซึ่งที่จังหวัดชัยภูมิ มีผู้สนใจร่วมลงทุนเป็นจำนวนมากนับ 100 ราย เฉพาะกลุ่มของตนในจังหวัดชัยภูมิได้จับกลุ่มกันร่วมทุน เป็นเงินมากกว่า 100 ล้านบาท และหากรวมทั่วประเทศก็ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ในการเดินทางมาแจ้งความที่โรงพักครั้งนี้ตนต้องการให้ คณะผู้บริหารบริษัทบริษัทSmartplus(สมาร์ทพัลส) นำเงินที่พวกตนมาร่วมลงทุนกับคืนมา แต่ถ้าหากคณะผู้บริหารบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบ ตนและพวกก็จะดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด ขณะนี้ทุกคนต่างสิ้นหวังและหมดกำลังใจ เนื่องจากเงินที่นำมาร่วมลงทุนส่วนใหญ่มาจากการเก็บออมเพื่อนำไปใช้จ่ายในช่วงบั้นปลายของชีวิต บางรายก็ไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อนำมาลงทุน ตนเชื่อว่าบริษัทดังกล่าวน่าจะ เคยทำมาแล้วหลายที่
นายกิติพร เศรษฐภูมิภักดี เล่าเพิ่มเติมว่า วิธีการขั้นตอนในการหว่านล้อมและออกกลอุบาย จนเหยื่อต้องเดินเข้าไปติดกับดัก บริษัทฯนี้จะเช่าตึก3-4คูหาโดยเลือกอาคารที่โดดเด่นเห็นสง่า ติดถนนสายหลัก พร้อมติดโลโก้ และมีพนักงานแต่งชุดยูนิฟร์อม คอยให้คำแนะนำ ภายในห้องจะมีการตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา ขั้นตอนการลงทุนนั้น เป็นการร่วมลงทุนโดยเหยื่อต้องสมัครเป็นสมาชิกพร้อมซื้อผลิตภัณฑ์1ชิ้น เช่นยาสีฟัน1หลอด มูลค่า1,200 จากนั้นรอปันผลจากเงินที่ลงทุนครั้งแรก ภายใน 7วัน จะได้เงินปันผลทันที1,500บาท ในช่วงแรกเหยื่อที่หลงกล จะลงทุนไม่มาก เพียง1-2หมื่นบาท และได้คืนจริงภายใน7วัน หลังเหยื่อหลงเชื่อเหยื่อก็จะนำเงินมาลงทุนเพิ่ม รายละ2แสน ถึง1ล้านบาท จากนั้นบริษัทก็จะเริ่มบ่ายเบี่ยง อ้างว่ามีการปรับเปลี่ยนแอฟพิเคชั่น สมาชิกต้องดำเนินการใหม่ กลุ่มของตนไม่ได้รับเงินปันผล มาตั้งแต่เดือน พ.ค.2564 จนในที่สุดมั่นใจว่าถูกหลอกเมื่อเดินทางไปยังที่ทำการบริษัท ที่หมู่บ้านอรวรรณ ถนนสี่แยกโรงต้ม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พบเพียงพนักงาน2-3คน และปฏิเสธการจ่ายเงินที่ร่วมลงทุน และขอให้สอบถามโดยตรงกับฝ่ายบริหารอย่างเดียวเท่านั้น

ด้านร้อยตำรวจเอกนิพนธ์ เพื่อนสงคราม รอง.สว.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ ยอมรับว่ากลุ่มนี้เคยมีผู้ถูกดำเนินคดีมาแล้วหลายราย แต่ก็ถือว่าเป็นการก่อความเสียหายคนละช่วงเวลาหากตรวจสอบแล้วพบว่า กระทำความผิดจริงก็ถือว่าเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ เบื้องต้น ต้นได้รับเป็นคดีและทำการสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด ที่เดินทางมาแจ้งความแล้วในวันนี้ จากนั้นก็จะเชิญตัวผู้ที่ ถูกกล่าวหา มารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมเชิญทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไก่เกลี่ย หากไม่สามารถตกลงยอมความกันได้ก็อยากจะเร่งสรุปสำนวนส่งอัยการเพื่อพิจารณาในการสั่งฟ้องเป็นการด่วนต่อไป

ภาพ/ข่าว วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ รายงาน

ที่มา : https://www.esandailyonline.com