ขอนแก่น – สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยจับมือแบ็งก์ชาติภาคอีสาน จัดสัมมนา ‘ภัยในตลาดเงิน ภัยในตลาดทุน’

โลกออนไลน์ได้ช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็วให้กับพวกเรานั้นจะมาพร้อมกับภัย ที่จู่โจมพวกเราอย่างรวดเร็ว และขณะเดียวกันก็พบว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ขยายเป็นวงกว้างในทุกวงสังคม มูลค่าความเสียหายก็หนักหน่วงด้วยเช่นกันสองหน่วยงานหลัก ที่มีหน้าที่กำกับดูแลตลาดเงิน และตลาดทุน คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ – ก.ล.ต. จึงมีมาตรการ การให้คำแนะนำ การเตือนภัย ไปยังพี่น้องประชาชนในหลากหลายรูปแบบเสมอมาแต่พบว่า พัฒนาการของมิจฉาชีพ ทั้งในด้านการใช้เทคโนโลยี และเทคนิคขั้นตอนของการสื่อสารระหว่างบุคคล ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

นายไกรสร  กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขอนแก่น เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ จำนวนประชากร กว่า 1.8 ล้านคน จาก 26 อำเภอ เป็นเมืองที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากจุดเด่นของจุดที่ตั้ง ที่สามารถกระจายตัวเป็นรัศมีโดยรอบไปยัง 20 จังหวัดในภูมิภาคนี้ กรณีของโลกออนไลน์ ก็มาพร้อมกับความเจริญทางเทคโนโลยี หน่วยราชการ มีหน้าที่ที่จะต้องบอกกล่าวเตือนภัย และเป็นที่พึงของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน ทุกภัย โดยเฉพาะภัยทางการเงิน และการลุงทน ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา กับทุกคน นอกจากนั้นยังพบว่า คดีความทางไซเบอร์ การหลอกลวงออนไลน์ หลอกให้รัก หลอกให้โอน หลอกให้ทำธุรกรรมทางการเงิน คดีความประเภทนี้ในภาคอีสานพบสูงสุดที่จังหวัดขอนแก่น

ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น กล่าวเสริมว่า  เทคโนโลยีใหม่ทั้งการซื้อขายและการชำระเงินแบบ Digital ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงใหม่ ๆ จึงถือเป็นพันธกิจร่วมกันของภาครัฐและเอกชน ที่จะให้ความรู้กับประชาชนเพื่อรู้ทัน และลดอันตรายจากภัยดังกล่าว

นายยิ่งยง  นิลเสนา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นภัยในตลาดทุน แชร์ประสบการณ์ว่า การลงทุนในหลักทรัพย์ นอกเหนือจากการต้องบริหาร ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้แล้วนั้น หากเกิดกรณีถูกฉ้อฉล ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยเยียวยาผู้ลงทุน คือ การเตรียมจัดตั้ง “ศูนย์ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์  ในการฟ้องคดีแบบกลุ่ม-Class Action”  ซึ่งสมาคมฯ กำลังดำเนินการ  จึงมีการ จัดสัมมนาสัญจร ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างการรับรู้ร่วมกันของภัยในตลาดเงินและภัยในตลาดทุน ในจังหวัดที่มีสำนักงาน ตั้งอยู่ เริ่มที่ขอนแก่น ครั้งต่อไป คือ เชียงใหม่ และสงขลา

สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ผนวกการทำงาน เพื่อแชร์ประสบการณ์ เล่าเรื่อง ข้อเตือนใจ ภัยในตลาดเงิน ภัยในตลาดทุน ให้กับกลุ่มผู้นำทางสังคมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ได้แก่ กลุ่มบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม กลุ่มทนายความ กลุ่มนักลงทุน กลุ่มโบรกเกอร์ กลุ่มนักวิชาการด้านกฎหมาย กลุ่มข้าราชการปกครอง และกลุ่มสื่อมวลชน ในวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ณ สำนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น โดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากโลกออนไลน์ในด้านการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง และเพื่อกระตุ้นให้เราทุกคนรู้จักป้องกันให้เรารู้เท่าทัน เพื่อมิให้ภัยออนไลน์เข้ามาจู่โจม อันจะช่วยลดความเสียหาย รวมทั้งป้องกันมิให้เกิดภัยทางการเงินขยายเป็นวงกว้างในทุกวงสังคม\

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

ขอนแก่น – แกนนำเสื้อแดง นำม็อบไปไล่นายกรัฐมนตรี ให้ลาออกและยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ที่บริเวณข้างวัดไทรทอง บ้านคำไฮ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายวนพจน์ สวัสดิถาวร แกนนำเสื้อแดงขอนแก่น พร้อมกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงขอนแก่น และเครือข่ายต่างๆพร้อมใจกันเดินทางบุกไปหาพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีภารกิจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขับไล่พลเอกประยุทธ์ พร้อมคณะรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งและยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งบรรยากาศมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจขอนแก่นปิดกั้นทางเข้าออกที่จะสามารถเดินทางมายังบึงหนองโคตรซึ่งเป็นจุดที่นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเมืองขอนแก่น ขณะที่มวลชนได้นำป้ายข้อความมาถือพร้อมข้อความโจมตีเรียกร้องให้ลาออก แต่ไม่มีมวลชนกลุ่มใดสามารถฝ่าแนวป้องกันของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาได้ ทำให้ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นจนนายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยังอีกจุดมี่ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น

โดยนายวนพจน์ ได้เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลาออกเพราะไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อแล้วแล้วจะอยู่ไปเพื่ออะไร 8 ปี ที่ผ่านมาไม่มีอะไรดีขึ้นมีแต่เลวร้ายลงทุกวันแล้วจะเป็นต่อไปทำไมชาวบ้านก็ไม่มีใครพอใจแต่ไม่มีใครจะกล้าออกมาเพราะการออกมาแต่ละทีต้องมีค่าใช้จ่ายชาวบ้านก็ไม่สะดวกออกมาเพราะต้องทำมาหากินเพราะเศรษฐกิจแบบนี้ทำมาหากินก็ลำบากออกมาทำกิจกรรมก็ไม่ได้ห้ามไปซะทุกอย่าง ค่าน้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีเคยคิดหรือไม่ค่า ft ไปเกือบ 100% แล้วเคยมาดูแลกันบ้างไหม ที่นายกรัฐมนตรีมาวันนี้ไม่ได้มาช่วยประชาชนจริงๆเป็นข้ออ้างที่จริงมาหาเสียงเพราะจะลงเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอีก

กาฬสินธุ์ ฮือฮา ‘คาวบอยหนุ่ม’ ควบม้าไปเรียนหนังสือเพื่อประหยัดน้ำมัน

สุดฮือฮาคลิปแชร์ว่อนโลกโซเชียลนักศึกษาหนุ่มวัย 19 ปีวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์สวมบท “คาวบอย”ควบม้าเดินทางไปเรียนหนังสือ เจ้าตัวเผยอยากอนุรักษ์วิถีชีวิตดังเดิมและประหยัดน้ำมันรถจักรยานยนต์

 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ  Boat Ekparin Mongkummuen ได้โพสต์คลิปภาพชายหนุ่มสวมชุดนักศึกษาขี่ม้าอยู่บนถนนสายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์-กมลไสย บริเวณจุดกลับรถหน้าวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ และกำลังยูเทิร์นเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งหลังจากมีการโพสต์คลิปดังกล่าวออกไปมีผู้เข้าชมและแชร์กันจำนวนมาก

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังหอพักแห่งหนึ่งในชุมชนสงเปือย อ.เมืองกาฬสินธุ์ และได้สอบถามไปยังหนุ่มที่ขี่ม้าคนดังกล่าว ทราบชื่อคือนายประเสริฐ ภูเวียนวงค์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 เอกดนตรีพื้นบ้านวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์

โดยจากการสอบถามนายประเสริฐ เปิดเผยว่า ภาพชายหนุ่มสวมชุดนักศึกษาขี่ม้าอยู่บนถนนเป็นตนเองจริง ทั้งนี้เดิมตนเป็นชาวจังหวัดสกลนคร ได้เดินทางมาศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ โดยได้เช่าหอพักอยู่ชุมชนสงเปลือย เขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งที่ผ่านมาบางวันได้ปั่นจักรยาน เดิน และขี่รถจักรยานยนต์ไปเรียนหนังสือจากหอพักอยู่ในซอยห่างจากวิทยาลัยฯประมาณเกือบ 1 กม. กระทั่งเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ตนรู้จักกับมีพระรูปหนึ่งอยู่ใน ต.หลุบ ก่อนที่พระจะได้ให้ตนช่วยเลี้ยงม้า เนื่องจากที่วัดมีม้าหลายตัวเลี้ยงไม่ไหว ตนจึงนำม้ามาเลี้ยง และตั้งชื่อว่า “ขวัญชัย” เป็นม้าเพศผู้อายุ 3 ปี โดยขออนุญาตเจ้าของหอพัก ซึ่งเจ้าของหอพักก็ใจดีอนุญาตให้ผูกเลี้ยงไว้ข้างหอ

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า จากนั้นได้ขี่ม้าไปเรียนด้วยทุกวัน ซึ่งช่วงเรียนหนังสือก็ผูกไว้ที่สนามให้กินหญ้าในวิทยาลัยฯ ทางครูก็ไม่ได้ว่าอะไร เพื่อนๆก็มีมาถ่ายรูปด้วย พอเลิกเรียนก็จะขี่ม้ากลับมาที่หอพักทำแบบนี้มาประมาณ 1 เดือนแล้ว  ส่วนสาเหตุที่ต้องขี่ม้าไปเรียนนั้น เนื่องจากปกติตนก็เป็นคนชอบอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตพื้นบ้านเดิมอยู่แล้ว จึงอยากอนุรักษ์และรักษาการขี่ม้าสมัยโบราณไว้ อีกทั้งรับปากทางพระมาให้ว่าจะดูแลมาอย่างดี และต้องการประหยัดน้ำมันในช่วงน้ำมันแพง กระทั่งมีคนถ่ายคลิปลงในโซเชียลดังกล่าว ซึ่งต่อไปตนก็จะยังจะขี่ม้าไปเรียนเหมือนเดิม ไม่อายคน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการขี่ในท้องถนนเท่านั้น

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

ขอนแก่น ‘เด็ดกว่าเตาอั่งโล่’ ลุงเมืองหมอแคนนำวัสดุเหลือใช้ทำเตาชีวมวล ราคาเพียงสามร้อย

ลุงวัย 66 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น นำวัสดุโลหะจากหม้อบรรจุกาวร้านเฟอร์นิเจอร์และอะไหล่รถจักรยานยนต์เหลือใช้ มาประดิษฐ์เป็นเตาชีวมวลซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากเอาซุปเปอร์อั้งโล่หรือเตามหาเศรษฐีที่กำลังได้รับความนิยม สร้างรายได้ให้กับครอบครัวเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท

23 มิ.ย. 2565 ที่ศูนย์บริการวิชาการที่ 5 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้มีการจัดงานการถ่ายทอด เผยแพร่ สาธิตและจัดนิทรรศการความรู้ด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้แนวคิด “พลังงานนำชีวิต เศรษฐกิจรุ่งเรือง” มีผู้มาร่วมงานจากหน่วยงานในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มชุมชน กลุ่มอาชีพ และสถาบันศึกษามากกว่า 250 คน โดยหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ได้รับความสนใจจากผู้มาร่วมงาน คือ การผลิตเตาชีวมวล แบบซุปเปอร์อั้งโล่ ของนายวันดี มูลสัน อายุ 66 ปี ชาวบ้านหนองหนองขาม หมู่ 10 ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ที่ได้นำเอาเตาชีวมวลขนาดต่างๆ มาจัดแสดง จำหน่าย และให้ความรู้กับประชาชนที่สนใจภายในงาน

 นายวันดี มูลสัน ผู้ผลิตเตาชีวมวล กล่าวว่า ตนเองเริ่มผลิตเตาชีวมวลขายมาได้ประมาณ 8 ปีแล้ว โดยเริ่มต้นมาจากการเข้ามารับการอบรมการผลิตเตาซุปเปอร์อั้งโล่จากกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้ามาเลือกซื้อไปใช้ในครัวเรือนเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากที่ผลิตเตาอั้งโล่ไปได้สักระยะ ก็พบว่าข้อจำกัดของเตาซุปเปอร์อั้งโล่ คือ น้ำหนักของเตาที่หนัก ยิ่งมีขนาดใหญ่ก็เคลื่อนย้ายได้ลำบาก ชำรุดง่ายหากกระแทกแรง ๆ และอายุการใช้งานเฉลี่ยก็ประมาณ 3-4 ปี ตนเองจึงได้คิดต่อยอดและพัฒนาจากการทำเตาอั้งโล่ มาทำเตาชีวมวล ที่วัสดุที่ใช้ทำก็มาจากวัสดุของเหลือใช้จากโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ เช่น ถังบรรจุกาวที่เป็นโลหะ นำมาใช้เป็นโครงสร้างของเตา และใช้สเตอร์หลังรถจักรยานยนต์มาใช้เป็นรังผึ้งหรือที่วางเชื้อเพลิง และหากเป็นเตาชีวมวลขนาดใหญ่ก็จะมีส่วนประกอบของเตาที่มากขึ้น โดยด้านในจะมีส่วนที่ใช้แกรบดำอยู่กึ่งกลางระหว่างโครงสร้างของเตา เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเตาชนิดนี้จะมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย ราคาถูก และคงทนแข็งแรง โดยในแต่ละเดือนตนเองจะสามารถผลิตเตาชีวมวลได้ประมาณ 20-30 เตา สร้างรายได้ให้ครอบครัวเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 – 6,000 บาท โดยราคาจำหน่ายจะเริ่มตั้งแต่ 300 บาท ไปจนถึงหลักพันบาท ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 087- 8641132

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

ร้อยเอ็ด อดีตนายอำเภอ ผลิตปลาร้าสูตรผสมใบกัญชา ผ่านมาตรฐาน อย.

หลังการมีการประกาศปลดล็อคกัญชาออกจากพืชเสพติด อดีตนายอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ผันตัวเองผลิตปลาร้าสูตรผสมใบกัญชา ผ่านมาตรฐาน อย. ออกวางจำหน่ายสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

มข่าวได้เดินทางไปยังร้านไก่ย่างโกต๋อง ส้มตำสูตรน้ำปลาร้าผสมใบกัญชา ซึ่งตั้งอยู่ริมถนน สาย 202 ตำบลสระคู ห่างจากตัวอำเภอสุวรรณภมูิ จังหวัดร้อยเอ็ดประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในร้านเปิดเป็นร้านอาหารอีสาน ประเภทไก่ย่าง ส้มตำที่สะอาด บรรยากาศปลอดโปร่ง อากาศเย็นสบาย ก็ได้พบกับเจ้าของแบลนด์ ปลาร้าผสมใบกัญชา สูตรโกต๋อง นายธนิต พันธ์หินกอง อดีดนายอำเภอสุวรรณภูมิ เจ้าของสูตรปล้าร้าฯ เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมานั้นมี ได้มีกระแสในเรื่องของการพยายามปลดล็อคกัญชา เพื่อที่จะให้กัญชากลายเป็นกัญชาเสรี ก็คือปลดล็อคกัญชาออกจากการเป็นพืชเสพติด พอปลดล็อคกัญชาแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่า ภูมิปัญญาของคนไทยเราหรือคนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนหรือชาวบ้านในพื้นถิ่นอีสาน รู้จักการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทั้งในเรื่องเพื่อสันทนาการ และใช้ในการทำยารักษาโรค ซึ่งสมัยโบราณหรือสมัยก่อนยาปฏิชีวนะ หรือยาแผนปัจจุบันไม่ค่อยมีต้องอาศัยยาพื้นบ้านต่างๆที่ได้มาจากสมุนไพร เช่นฟ้าทะลายโจรและพืชอื่นๆรวมทั้งกัญชา ก็นำมาเป็นส่วนผสม หรือเป็นตัวยาหลักในการรักษาโรค ความรู้ต่างๆที่ได้รับจึงถูกกระจายต่อกันแพร่หลาย ตนเองก่อนนั้นเป็นนายอำเภออยู่หลายพื้นที่ หลังเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2563 จึงกลับมาอยู่ที่ภูมิลำเนาในอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

เห็นว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่นแต่ก่อนถ้าเราจะดื่มน้ำ มักจะเป็นน้ำฝน จากน้ำบ่อดินหรือที่ชาวอีสานเรียกว่า (น้ำส้าง)ตักมาใส่โอ่ง ใส่ตุ่มไว้ดื่มกินแต่ปัจจุบันภาพเหล่านั้นแทบจะไม่มีให้เห็น เนื่องจากว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป แทบทุกเพศทุกวัยทุกอาชีพต่างหันมาดื่มน้ำที่ผลิตด้วยกรรมวิธีสมัยใหม่ทั้งสิ้น ดื่มน้ำจากขวด หรือดื่มน้ำจากเครื่องกรองน้ำเป็นต้น ปลาร้า ก็เหมือนกัน เกี่ยวกับคนที่ทำปลาร้า เราจะเห็นว่าคนทำปลาร้าน้อยลง เพราะลักษณะอาชีพของคนเราเปลี่ยนไป เดิมเป็นเกษตรกรไปไร่ไปนา ทอดแห จับปลามาทำอาหารหรือทำปลาร้าไว้กิน แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเนื่องจากวิถีชีวิตเปลี่ยน

ผมก็เลยคิดว่าปัจจุบันมีการผลิตน้ำปลาร้าบรรจุขวดออกมาจำหน่ายเยอะแยะมากมายหลายยี่ห้อ จึงมีแนวคิดที่จะผลิตน้ำปลาร้าขึ้นมายี่ห้อหนึ่ง เพื่อเป็นแบรนด์และมีที่ยืนในวงการปลาร้ากับเขาบ้าง ซึ่งสมัยก่อนชาวบ้านมีการลักลอบนำน้ำต้มใบกัญชาผสมใส่ปลาร้าปรุงอาหารอยู่บางพื้นที่ เมื่อมีการปลดล็อคกัญชา ก็เลยคิดว่าถ้านำใบกัญชามาผสมปลาร้าในอัตราส่วนที่กฏหมายกำหนดคงได้รับความนิยมมากขึ้น
จึงได้ร่วมกับโรงงานซึ่งตั้งอยู่เขตอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งโรงงานดังกล่าวเขาทำหน้าที่ผลิตน้ำปลาร้า แต่ไม่ได้ทำแบรนด์อะไรเลย เขามีความรู้ในเรื่องการจัดการปลาร้าซึ่งโรงงานมีปลาร้าให้เลือกอยู่ประมาณ 4-5 อย่าง รสชาติแต่ละอย่างก็จะแตกต่างกันไปเช่นโหน่งมาก โหน่งน้อย ที่คนกินปลาร้าพูดกัน เราก็เอามาปรุงแต่งทดลองหลายต่อหลายครั้งแล้วผสมน้ำจากใบกัญชา ในอัตราส่วนไม่เกิน 0.2 เปอร์เซ็นต์ ตามที่ อย.กำหนด จนกระทั่งได้รสชาติน้ำปลาร้าที่เราต้องการ เราก็ได้คุยกับโรงงานในการเอาสูตรดังกล่าวให้โรงงานทำเรื่องขออนุญาตทำการผลิตและจำหน่าย ผ่าน อย.

เลยคิดว่าภาระของตนแทนที่จะไปโฆษณาบอกเขาว่า ปลาร้าของเรามันดีอย่างโน้นดีอย่างนี้เราจะเอาอะไรไปยืนยัน ก็เลยเกิดสิ่งที่ตาใมาคือ เปิดร้านไก่ย่าง ส้มตำใส่น้ำปลาร้าผสมใบกัญชาตราโกต๋อง เพื่อจะให้ผู้ที่ชอบทานอาหารประเภทข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ยำนัวต่างๆ ได้สัมผัสรสชาตและบอกต่อ โดยร้านของเราได้นำเอาน้ำปลาร้าสูตรผสมใบกัญชามาใช้ในการปรุงรส รวมทั้งนำใบกัญชาสดมาหมักไก่ที่เขาเรียกว่าไก่ย่างเขาสวนกวาง แล้วย่างขายเป็นการทำให้คนเข้าใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของใบกัญชา สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่างโดยเฉพาะอาหารประเภทส้มตำ ยำนัวต่างๆเป็นต้น จึงได้เกิดไก่ย่างโกต๋องขึ้นมาเพื่อจะให้การแอด Local ของเราอยู่กับพื้นที่ ให้มีความยั่งยืนเพื่อผลักดันตัวแบรนด์น้ำปลาร้าสูตรของเราให้เป็นที่รู้จักทั่วกัน

นอกจากนี้ยังเชื่อว่ากัญชามีความหลากหลาย มีสรรพคึณทางยา ถ้าหากภาครัฐ ส่วนราชการ ภาคเอกชน ได้ผนึกกำลังเปิดตลาดกัญชาให้กว้างไกลไปทั่วโลก และทราบว่าประเทศไทยเป็นดินแดน แห่งกัญชาคุณภาพ น้ำปลาร้าโกต๋อง ผสมใบกัญชา ราคาขายปลีกขวดละ 45 บาท และ 1 แพ็ค 12 ขวด ราคา 420 บาทอยากให้ทึกท่านลองแวะชิมเพื่อที่จะให้รู้ว่า มาถึงจุดที่เป็น Original สูตรผสมกัญชาจุดเริ่มต้นอยู่ที่นี่ สอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์ 0980907878

ที่มา : https://www.esandailyonline.com/

อาลัย สรพงษ์ ชาตรี

ในฐานะกองบรรณาธิการและเจ้าของหนังสือพิมพ์สยามบูรพา ออนไลน์ ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของพระเอกนักบุญพี่เอก-สรพงษ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง สิริอายุ 71ปี คนพระนครศรีอยุธยาบ้านเดียวกับคุณแม่ของผม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ถิ่นคนดี

ด้วยความเคารพ

บก. จิรวัฒน์ จิณณทองพิมพ์

แรลลี่การกุศล…สมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย) จัดการแข่งแรลลี่การกุศล “TJCA Family Rally 2019” ครั้งที่ 1 “เติมฝัน แต้มสี แบ่งปัน” กรุงเทพฯ-เพชรบุรี-หัวหิน

แรลลี่การกุศล…สมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย)
จัดการแข่งขันแรลลี่การกุศล “TJCA Family Rally 2019” ครั้งที่ 1
“เติมฝัน แต้มสี แบ่งปัน”
กรุงเทพฯ-เพชรบุรี-หัวหิน 26 ตุลาคม 2562
สำหรับรูปแบบการแข่งขันแรลลี่ฯเป็นการแข่งขันแรลลี่ทางรถยนต์โดยให้สมาชิกในครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และได้เต็มอิ่มกับการเล่นเกมตามจุดตามจุดต่างๆ
จุดที่ 1 ศึกษาดูงานที่ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำเขาย้อย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี
จุดที่ 2. มอบสิ่งของปลูกต้นไม้และร่วมทาสีโรงเรียนบ้านหนองแขม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
การนี้ได้รับเกียรติจากท่านกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาเป็นประธานรับมอบและทาสีโรงเรียน นางลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย) พร้อมกรรมการสมาคมฯ คณะครูนักเรียนและคณะแรลลี่ให้การต้อนรับ
สิ้นสุดเปลายทางที่โรงแรมมิลาโน่ หัวหิน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมงานเลี้ยงกลางคืน ด้วยการประกวดแต่งกายชุดฮาวาย พร้อมลุ้นรางวัลมากมาย และประกาศผลการแข่งขันแรลลี่การกุศล “TJCA Family Rally 2019” เติมฝัน แต้มสี แบ่งปัน ครั้งที่ 1กิจกรรมการแข่งขันแรลรี่การกุศลฯในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์ถ้วยรางวัลต่างๆดังนี้
รางวัลชนะเลิศ จะได้ถ้วยรางวัลจากนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับถ้วยจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับถ้วยจากพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
รางวัลภาพถ่ายกิจกรรมดีเด่น รับถ้วยรางวัลจากนายสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย
รางวัลครอบครัวเฮฮา รับถ้วยจากนางอรอนงค์ ศิริชัย นายกเทศมนตรีเขาย้อย
และรางวัลบู้บี้ ได้รับถ้วยจากนางลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย)
การแข่งขันแรลลี่ครั้งนี้ ได้เชื่อมสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข่าวสาร และการเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ทุกครอบครัวได้ร่วมสนุกกิจกรรมต่างๆ และแบ่งปันความสุข ในการสร้างสาธารณะประโยชน์ให้สังคมต่อไป

บช.น.จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ ยกย่องเชิดชูเกียรติ กต.ตร.กทม.

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ​กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการประชุมใหญ่และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ​ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ(กต.ตร.)
บุคคลผู้ทรงคุณค่า​ควรยกย่อง​ก่อให้เกิดประโยชน์ให้ราชการแลประชาชนโดยมี​พล.ต.อ.
จักรทิพย์​ ชัยจินดา​ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานในพิธี
โดยมีดร.พีรวัฒน์​ สุรเชษฐ์​ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ​ รศ.นพ.วีร​ศักดิ์​ จรัส​ชัยศรี​ ผู้ทรงคุณวุฒิ​ กต.ตร.กทม.ด้าน​ธรรมาภิบาล​ ดร.พร​ทิพย์​ วงษ์​เชิด​ขวัญ​ ผู้​ทรงคุณวุฒิ​ กต.ตร.กทม.ด้าน​สังคม​ คุณพงษ์​ศักดิ์​ ชิวช​รัตน์​ ผู้​ทรงคุณวุฒิ​ กต.ตร.กทม.ด้านประชาสัมพันธ์​ ฯลฯ
และมีการแสดงมุทิตาจิตครบเกษียณอายุราชการ​พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ​ ศรีวรขาน​รองผบ.ตร.และพล.ต.ทสุทธิพงษ์​วงษ์ปิ่น​ผบชน.และหลังจากนั้นมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแด่
กต.ตร.กทม/กต.ตร.บก.น./กต.ตร.สน
ท่ามกลางคณะ​ที่ปรึกษาและนักธุรกิจ​พ่อค้าประชาชนเข้ามาร่วมงานกว่า800คนงานนี้้เป็นงานใหญ่ของการประชุม กต.ตร. ในปี 2562 ซึ่งทาง พล.ต.ต.ดร.ชัยพร พานิชอัตรา ได้ให้ความสำคัญ และ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบงาน จนถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบ สถานที่จัดงาน และ ตรวจความพร้อม และความคืบหน้าด้วยตนเองและจบลงด้วยความภาคภูมิ​ใจของกต.ตร.ที่มาร่วมรับโล่และร่วมงาน

เปิดฉากแล้ว! การแข่งขัน “2019 World Muaythai Championships” นักมวยไทยทั่วโลก 102 ประเทศ ร่วมแข่งขัน

วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 เวลา 18.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ เป็นผู้แทนอย่างเป็นทางการเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก 2562 (2019 IFMA World Muaythai Championship) ชิงถ้วยพระราชทาน ROYAL TROPHY และกล่าวถวายราชสดุดี โดยระหว่างพิธีเปิดได้อันเชิญถ้วยพระราชทาน ซึ่งกองทัพอากาศได้ส่งกำลังพลเป็นทหารกองเกียรติยศ ในการอัญเชิญถ้วยพระราชทาน กองดุริยางค์เต็มวงบรรเลงเข้าสู่พิธีการตลอดพิธีการ

การนี้ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) และนายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก 2562 (2019 IFMA World Muaythai Championship) ชิงถ้วยพระราชทาน  ROYAL TROPHY ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดบทบาทร่วมกันในการรับรองนักมวยไทยอาชีพเข้าสู่ระบบโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติจะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องระบบและวิธีการ ให้สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับของ IOC เอง แต่ IFMA จะไม่เข้ามาร่วมมีบทบาทในการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกมวยไทย รับรองโดยสภามวยไทยโลก (WMC) ซึ่งยังจะคงเป็นกิจการที่ WMCเป็นองค์กรดำเนินการจัดและให้การรับรองต่อไป ในกรณีที่มวยไทยสายอาชีพได้เข้าโอลิมปิกเกมส์จะเป็นผลดีต่อกีฬามวยไทยโดยตรง และWMC กับ IFMA สามารถจัดการบริหารกิจการมวยไทยได้ทั่วโลกทั้งสายโอลิมปิกและสายอาชีพไปพร้อมกัน ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง IFMA กับ WMC ดังกล่าว จะมีการลงนามกันวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 นี้ โดยในวันดังกล่าวจะสามารถประกาศได้ว่านักมวยไทยอาชีพได้พบกับอนาคตใหม่แล้ว ด้วยการเข้าสู่ระบบการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์  

  สำหรับการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก 2562 “มหกรรมคืนสู่เหย้าชาวมวยไทย ร้อยรวมใจถวายราชสดุดีองค์ราชัน” ณ เวทีมหกรรมพิเศษหน้าอินดอสเดี้ยม การกีฬาแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 21 - 28 กรกฎาคม 2562 นั้น เป็นที่แน่นอนแล้วว่ามีนักกีฬามวยไทยทีมชาติทั่วโลกจำนวน 102 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งเป็นครั้งแรกของการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลกที่มีนักกีฬานานาชาติเข้าแข่งขันมากที่สุด หรือมากกว่า 100 ประเทศ

นานาชาติฯ ร่วมแถลงข่าวมหกรรมคืนสู่เหย้าชาวมวยไทย ร้อยรวมใจถวายราชสดุดีองค์ราชัน 2562

วันที่ 15 ก.ค. 62 ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ และประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน “มหกรรมคืนสู่เหย้าชาวมวยไทย ร้อยรวมใจถวายราชสดุดีองค์ราชัน การแข่งขันมวยไทยชิงแชมป์โลก 2562” (2019 IFMA World Muaythai Championship) ชิงถ้วยพระราชทาน The Royal Trophy ณ ห้องประชุมชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–28 กรกฎาคม 2562 ณ เวทีมหกรรมการกีฬาแห่งประเทศไทย