ในเร็ววันนี้ทรงขึ้นครองราชย์ รบ.สั่งแจงต่างประเทศ ขั้นตอน3พระราชพิธีสำคัญ เตรียมเปลี่ยน4วันหยุด

สมเด็จพระบรมฯ เสด็จฯทรงเป็นประธานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร คณะทูตานุทูตร่วมแสดงความไว้อาลัยที่พระบรมมหาราชวัง ส่วนพสกนิกรยังเดินทางต่อแถวต่อเนื่อง แม้จะมีฝนตกก็ไม่ท้อ รัฐบาลสั่งแจงทูตให้เข้าใจขั้นตอน 3 ราชพิธี ทั้งการขึ้นรับราชสมบัติ การถวายพระเพลิง และบรมราชาภิเษก ‘วิษณุ’เผยปฏิทินปีหน้าต้องเปลี่ยนวันหยุดประจำปี 3-4 วัน

สมเด็จพระเทพฯเสด็จฯ เช้า

เมื่อเวลา 07.05 น. วันที่ 19 ต.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวร มหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.สมโภช ชุมพล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

บำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร

เวลา 17.32 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะตุลาการ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าฯ รับเสด็จ

สมเด็จพระบรมฯเสด็จประธานพิธี

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำ พระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตรฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบ พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราช ดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวด พระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ในเวลา 21.00 น. มีพระพิธีธรรมสวด พระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม2222

ทูตานุทูตร่วมแสดงความไว้อาลัย

ที่ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวัน มีคณะทูตานุทูตจากนานาประเทศ และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ จำนวนมาก อาทิ สวีเดน ไอซ์แลนด์ ซีเรีย สาธารณรัฐเยเมน กินี คองโก นามิเบีย ผู้แทนสำนักงานที่ปรึกษาพิเศษ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศ ไทย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ จำนวนมาก อาทิ ผู้แทนจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ผู้แทนองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก ฯลฯ เดินทางมาลงนามแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

หน่วยงานต่างๆจัดพิธี‘สัตตมวาร’

สำหรับวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่หกของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นวันครบรอบวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 7 วัน

โดยหน่วยงานต่างๆ ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็น พระราชกุศล ครบกำหนดสัตตมวาร หรือครบ 7 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กองบัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (บก.อย.) โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ฯลฯ

ผู้แทนคนพิการแสดงความอาลัย

เวลา 08.00 น. ที่ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความไว้อาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันที่ 5 โดยมีประชาชนพร้อมด้วยคณะต่างๆ สวมชุดไว้ทุกข์แห่แหนกันมาต่อแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดให้ประชาชนเข้ามาภายในศาลาสหทัยสมาคม รอบละประมาณ 70 คน ขณะที่บริเวณหน้าศาลาสหทัยสมาคมสำนักพระราชวังได้กางเต็นท์ เพื่อให้ประชาชนได้มีที่หลบแดดและฝน

นายสมชาย เจริญอำนวยสุข อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) นำคณะคนพิการ และผู้แทนองค์กรคนพิการทุกประเภท จำนวน 50 คน ร่วมลงนามแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช

ซาบซึ้งไม่ถือพระองค์

นายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ผู้พิการหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิด เผยว่า เนื่องด้วยคุณแม่เป็นคุณข้าหลวงในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน จึงได้วิ่งเข้าออกและเห็นพระองค์ท่านทรงงานมาตั้งแต่ยังเล็ก ครั้งหนึ่งได้รับเสด็จ พระองค์ท่านทรงมีรับสั่งถามว่าสบายดีหรือไม่ ก็ตอบด้วยภาษามือควบคู่กับการพูดว่าสบายดีครับ ซึ่ง คุณแม่จะบอกว่าต้องพูดลงท้ายว่าพระพุทธเจ้าข้า แต่พระองค์ทรงมีรับสั่งว่าไม่เป็นไร พูดได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว และทรงยิ้ม พระองค์ท่านทรงมองเห็นพวกเราเป็นระดับชั้นเดียวกันกับคนอื่นในสังคม “ผมรักท่านด้วยเพราะท่านทรงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และไม่ถือพระองค์ จากที่เห็นพระองค์ทรงงานหนัก”

นายบุญยาม เสาจันทร์ เลขาธิการมูลนิธิ คนพิการไทย พิการขาลีบเนื่องจากเป็นโรคโปลิโอมาแต่กำเนิด กล่าวว่า หลังวันที่ 28 ต.ค. ทางมูลนิธิจะพาผู้พิการจังหวัดละ 30 คน เดินทางมาเข้าแสดงความไว้อาลัย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ด้านศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อายุ 64 ปี ผู้พิการตาบอด กล่าวว่า “ผมทดลองวิทยาศาสตร์จนเกิดอุบัติเหตุตาบอดทั้งสองข้าง เมื่อปี พ.ศ.2510 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์พระราชทานเลี้ยงคนตาบอดทุกวัน ปีใหม่ ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทุกปีทรงมีอุปกรณ์สำหรับคนตาบอด เช่น นาฬิกาที่มีอักษรเบรลของคนตาบอด มาให้พวกเราจับสลากปีละ 10 เรือน หากใครจับไม่ได้ก็มีข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ แตกต่างกันไปแต่ได้ครบทุกคน ระหว่างงานเลี้ยงทรงเคยเป่าแซ็ก โซโฟนให้พวกเราฟัง ยังความซาบซึ้งและยินดีแก่พวกเรามากที่พระองค์ไม่ถือพระองค์เลย”

33333

กำนัน-ผญบ.ยันเดินตามรอย

นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นำคณะกำนันผู้ใหญ่บ้านกว่า 100 คน มาร่วมแสดงความอาลัย ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

นายยงยศ เปิดเผยว่า สมาคมกำเนิดขึ้นโดยสถาบันพระมหากษัตริย์ มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนอยู่แล้ว พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ ทรงทำหน้าที่ในทุกหย่อมหญ้าของประเทศไทย เพื่อดูแลทุกข์และสุข ของประชาชน พระองค์ทรงทำเป็นตัวอย่าง ให้คนไทยได้เห็น ในฐานะกำนันพวกเรา ทุกคนรับทราบเป็นอย่างดี และพร้อมดำเนินรอยตามพระองค์ท่าน

นายยงยศกล่าวด้วยว่า จากการสอบถาม ไปยังพี่น้องประชาชนคนไทยในพื้นที่ต่างๆ ก็ทราบว่าทุกคนต้องการที่จะเข้ามาถวาย สักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัย ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยทางสมาคมได้เตรียมจัดการอำนวยให้ รวมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนทำความดีถวายในหลวงด้วย

เผยสงฆ์เชิดชูกษัตริย์แห่งธรรมะ

น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง และคณะนักเรียนเข็มทิศชีวิต เข็มทิศภาวนาอินเดีย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ได้นำคณะนักเรียนเข็มทิศชีวิตรวม 289 คน ไปปฏิบัติธรรมภาวนา ที่พุทธคยา เพื่อถวายบุญเป็นพระราชกุศล แด่พระเจ้าอยู่หัว พอออกจากการภาวนา ตอนเย็นได้ทราบข่าวความสูญเสียของคนไทย พวกเราปฏิเสธไม่เชื่อจนกระทั่งเช้าวันที่ 14 ต.ค. จึงต้องยอมรับว่าข่าวความสูญเสีย เป็นความจริง

น.ส.ฐิตินาถกล่าวด้วยว่า คณะของเรายังต้องเป็นตัวแทนฝ่ายคนไทยร่วมกับพระสงฆ์นานาชาติ จุดประทีปถวายพระเจดีย์ ต้นศรีมหาโพธิ์พุทธคยา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีผู้สื่อข่าวต่างชาติ มาถ่ายทำการจุดประทีปและการภาวนาถวายพระองค์ท่าน และภาพที่คนไทยแต่งชุดไทยงดงามปฏิบัติธรรม จุดดวงประทีปถวายพระเจ้าอยู่หัวด้วยความรักก็ถูกเผยแพร่ไป ทั่วโลก ทั้ง CNN, The Economist หนังสือพิมพ์ที่อินเดีย และอื่นๆ ต่างลงว่า คนไทยอาลัยรักพระเจ้าอยู่หัวมาก โดยเฉพาะ พระสงฆ์นานาชาติพูดถึงพระเจ้าอยู่หัวของเราว่า คือกษัตริย์แห่งธรรมะ

จนท.ยันดูแลพื้นที่ให้สมพระเกียรติ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีประชาชนเดินทางมาลงนามแสดงความไว้อาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเป็นต้นมา โดยมีเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมถึงจิตอาสา ได้ช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง และรอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง

น.ส.รัตนจิตต์ สงวนจินต์ เจ้าพนักงานการเกษตรปฏิบัติงาน ฝ่ายบำรุงรักษา สำนัก งานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยว่า ตนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบำรุงรักษาได้ออกปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 02.00 น. โดยเจ้าหน้าที่หมุนเวียนกันมาดูแลบริเวณรอบพระบรมมหาราชวังให้มีความสวยสดงดงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย ต้นไม้ส่วนที่ประดับตกแต่งสถานที่ต้องมีความงดงามตลอดเวลา ดูแล้วสดชื่นสบายตา แก่ประชาชนทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยพระองค์ท่าน ตนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบำรุงรักษาทุกคนรู้สึกยินดีและปลื้มใจอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน ซึ่ง ต้องทำให้ดีที่สุด มีความสวยงามที่สุด ให้สมพระเกียรติพระองค์ท่าน

มูลนิธิ‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)’แจกข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก และ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย นำรถประกอบอาหารเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) โดยมี นายอาทร จันทวิมล นายอภัย จันทนะจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย และ ศ.นพ.ดำรง เหรียญประยูร รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก และผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เจ้าหน้าที่ อาสากาชาด และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันประกอบอาหาร(ข้าวเหนียวและ ไก่ทอด) บริการแก่ประชาชนที่เดินทางมาน้อมถวายสักการะพระบรมศพ โดยประกอบอาหารบริการประชาชนไปแล้ว 2,500 ชุด และจะให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยจุดประกอบอาหารบริการประชาชนตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ากรมศิลปากร (ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพมหานคร และพร้อมจะบริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นจะให้บริการประชาชนถึงวันที่ 23 ต.ค.

‘อุ๊งอิ๊ง’ร่วมจิตอาสาแจกน้ำดื่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง กรรมการมูลนิธิไทยคม พร้อมด้วยนักศึกษาหลายสถาบัน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาทำความดีเพื่อพ่อ แจกน้ำดื่ม พิมเสน แซนด์วิช ทิชชู ที่เต็นท์หมายเลข 20 บริเวณสนามหลวงฝั่งตรงข้ามโรงแรมรัตนโกสินทร์

สำหรับจิตอาสาที่มาร่วมทำดีถวายพ่อหลวง นอกจากแจกน้ำและอาหารแล้ว ยังมี ผู้มีความชำนาญด้านต่างๆ มาคอยให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งช่างตัดผมที่พบเจอภายในงานร่วมกันตั้งโต๊ะตัดผมบริการ รวมถึงหมอนวด ที่รวมตัวจับกลุ่มกันนวดให้ผู้มีอาการเมื่อยล้า ขณะที่พื้นที่โดยรอบยังมีกลุ่ม จยย. รถตู้ รถสามล้อ คอยรับส่งผู้เดินทางมาร่วมพิธีอีกด้วย

พสกนิกรต่อแถวกลางสายฝน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่าย ที่ศาลาสหทัยสมาคม มีฝนโปรยปรายลงมาอย่าง ต่อเนื่อง แต่พสกนิกรที่เดินทางมายังคง ต่อแถวเพื่อเข้าถวายสักการะอย่างไม่ย่อท้อ โดยประชาชนส่วนใหญ่นำอุปกรณ์กันฝนมาพร้อมแบ่งให้กับผู้ที่มาร่วมถวายสักการะ แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อน ขณะที่ประชาชน ที่ลงนามแสดงความไว้อาลัยแล้วเสร็จ ต่างพากันหลบฝนในเต็นท์ที่หน่วยงานรัฐจัดเตรียมไว้ให้ จนกระทั่งเวลา 16.00 น. จึงปิดให้เข้าถวายสักการะและลงนามแสดงความไว้อาลัย

ต่อมา เวลา 17.00 น. หลังสำนักพระราชวังปิดให้ประชาชนเข้าร่วมลงนามแสดงความไว้อาลัย แต่ยังมีประชาชนจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาร่วมพิธี บางส่วนนำดอกไม้ไปวางแสดงความไว้อาลัยด้านข้างพระบรมมหาราชวัง และส่วนหนึ่งจับจองพื้นที่ในสนามหลวงรอร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม ที่มีการถ่ายทอดสดผ่านจอโปรเจ็กเตอร์ ส่วนที่บริเวณกำแพงข้างพระบรมมหาราชวัง ฝั่งตรงข้ามกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่กทม. นำโต๊ะมาตั้งให้ผู้ที่จะนำดอกไม้มาวางแสดงความไว้อาลัยข้างกำแพงได้วางดอกไม้อย่างเป็นระเบียบ

บิ๊กตู่ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการ

เวลา 13.00 น. ที่กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร สนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมา รับฟังรายงานสรุปและติดตามสถานการณ์ในภาพรวม และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วมประชุม

โดยในที่ประชุมพล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำการดูแลประชาชนอย่างดีโดยเฉพาะเด็ก คนชรา และผู้พิการ รวมทั้งการแก้ปัญหาคนหาย กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกัน ให้ดูแลข้อร้องเรียนต่างๆ เพราะประเทศไทยมีปัญหาหลากหลายทั้งการศึกษา ความไม่เท่าเทียม และเรื่องรายได้ ประเทศไทยมีผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก ขณะเดียวกันชาวไทยมุ่งแต่อยากได้เสรีภาพ ดังนั้นต้องจัดระเบียบ ดูแล ความเดือดร้อนและทุกข์สุขประชาชน ขอให้ เจ้าหน้าที่ทุกคนช่วยกันอย่างเต็มที่

จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมพร้อมให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่มาอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

บิ๊กป้อมยันทุกอย่างเรียบร้อย

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การติดตามสถานการณ์ภาพรวมทุกอย่างเป็นด้วยความเรียบร้อยทุกจุด เป็นที่น่าพอใจ ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกคน ทั้งการทำงานเราให้ดูแลประชาชนเป็นหลักขณะที่เน้นท้องถิ่น หากประชาชนจะเดินทางเข้ามายังกรุงเทพ มหานคร หรือต้องการดำเนินการใดๆ ให้ประสานงานมายังกองอำนวยการร่วมเพื่อทำงานมีเอกภาพและการบริหารจัดการได้ง่าย

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ได้มอบให้กกล.รส.กองทัพภาคที่ 1 ตั้งกองอำนวยการร่วมที่ท้องสนามหลวง ประสานกับตำรวจจราจร จัดระเบียบการจราจร โดย 2 วันที่ผ่านมาทุกอย่างดีขึ้น แต่จำนวนประชาชนก็เข้ามาเพิ่มขึ้นทุกวัน รวมถึงการเข้ามาช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกของบรรดาจิตอาสา ที่เดินทางมาแจกสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคให้ประชาชน เพราะมีเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ จึงอยากฝากว่าทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกัน เพื่อมาแสดงความอาลัยและมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่บางครั้ง การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่อาจไม่ทั่วถึง ก็ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ ที่ต้องมองในมุมความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย เป็นอันดับแรก เรื่องรองลงมาคือปัญหาการจราจร ที่อาจทำให้ประชาชนบางคนไม่พอใจ จึงอยากขอให้มองในภาพรวมและช่วยกัน

บช.น.แจงตีเส้นเหลืองแทนรั้วกั้น

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูความปลอดภัยประชาชนบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ว่า เป้าหมายสูงสุดคือความสะดวก ปลอดภัย ไม่เดือดร้อน ขอให้พี่น้องประชาชนมาเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพได้ แต่หากการเดินทางมายากลำบากก็ได้มีการจัดโต๊ะเพื่อลงนามไว้อาลัยถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไว้แล้ว ทั้งหมด 88 สถานีตำรวจ 13 กองบังคับการ 1 กองบัญชาการคือบช.น.รวมถึงยังมีที่ทำการเขตกรุงเทพมหานคร 50 เขต จัดพื้นที่ทำให้ พี่น้องประชาชนมีช่องทางอีกช่องทางหนึ่ง

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวด้วยว่า กรณีการตีเส้นสีเหลืองเป็นตัวแทนของแผงเหล็กที่แต่เดิมนำมาใช้ปิดกั้นไม่ให้พี่น้องประชาชนเดินผ่านไปมา แต่การดำเนินการดังกล่าวหากนำแผงเหล็ก กรวยยาง หรือแบร์ริเออร์มาวางกั้น ทำให้ดูไม่เหมาะสม จึงใช้เส้นสีเหลืองดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์กว้างประมาณ 20 ซ.ม. คู่ขนานบนถนนบริเวณโดยรอบเส้นทางการจราจรตั้งแต่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผ่านถนนราชดำเนินกลาง แยกผ่านพิภพลีลา ถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาไปยังถนนหน้าพระลานตรงไปถนนสนามไชย ถึงแยกวงเวียนรด.เลี้ยวขวาไปยังบริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง และจะมีเส้นเหลืองต่อไปอีกถึงบริเวณถนนหน้า พระธาตุ โดยจะใช้ในช่วง 1 ปี ทั้งนี้ หากมีการขอความร่วมมือก็จะให้พี่น้องประชาชนอยู่หลังเส้นเหลืองช่วยทำให้ช่องทางเดินรถสามารถใช้เวลาปฏิบัติภารกิจพิเศษทำให้ยานพาหนะเคลื่อนตัวได้ดีขึ้นเมื่อมีเหตุใช้ช่องทางฉุกเฉิน และฝากไปยังประชาชนที่มีจิตอาสาบริการรับส่งของ หรือประชาชนขอให้ไป ขึ้นทะเบียนเพื่อไม่ให้รุกล้ำบริเวณพื้นถนน ให้ไปขึ้นทะเบียนที่ประตูวิเศษไชยศรี หรือสน. ชนะสงคราม หรือสน.ใกล้เคียง โดยจะสั่งการเพิ่มเติมต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *