ศรีสะเกษ – กระแสแรงไม่หยุด! ผุดไอเดียสร้างทางม้าลายซิกแซก บังคับซ้ายหัน-ขวาหัน ก่อนเดินข้าม เพื่อลดอุบัติเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระข่าวถนนซิกแซก บริเวณทางหลวงหมายเลข 2127 ตอน ศิวาลัย-สำโรงเกียรติ บ้านหลักหินใหม่ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ที่มีลักษณ์การตีเส้นจราจรซิกแซกไปมาก่อนถึงทางม้าลาย เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วลงก่อนถึงบริเวณทางข้ามทางม้าลาย เพื่อลดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 2 กระทั่งเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์โด่งดังเป็นวงกว้าง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นอกจากจะมีถนนซิกแซกแล้ว ยังพบอีกว่า แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 2 มีการก่อสร้างทางม้าลายแบบซิกแซก เป็นทางข้ามแบบขยักอีกหลายจุด ลักษณะทางม้าลายที่ตีเส้นขาวทึบเป็นลายประไม่ตรงกันกับถนนฝั่งตรงข้าม พร้อมกับมีการปลูกต้นไม้บริเวณเกาะกลางถนน ปิดกั้นไม่ให้คนเดินข้ามพุ่งตรง เพื่อบังคับให้ทุกคนหันซ้าย หันขวา ดูรถก่อนเดินข้ามทุกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ากรณีการข้ามทางม้าลายแบบพุ่งตรงส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
ด้าน นายรพี ตั้งทรวงสุวรรณ์ ผอ.แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 2 เปิดเผยว่า ทางข้ามแบบขยัก (Staggered Pedestrian Crossing) ดังกล่าวนี้ เป็นทางคนเดินข้ามแบบมีจุดพักระหว่างทิศจราจรที่สวนกัน (มีเกาะกลาง) โดยทำให้ทางคนเดินข้ามไม่อยู่ในแนวเดียวกัน ทางข้ามแบบนี้มีประโยชน์ คือ ป้องกันไม่ให้คนวิ่งข้ามถนนจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งโดยไม่ทันสังเกตรถอีกฝั่ง เป็นทางข้ามที่เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง กล่าวคือ เมื่อจะข้ามถนนครึ่งทางแรกจากด้านหนึ่งไปเกาะกลาง ผู้ข้ามจะระวังรถที่วิ่งเข้ามาทางขวา และเมื่อไปถึงเกาะกลางแล้วจะต้องเดินเลี้ยวซ้ายเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง สายตาผู้ข้ามจะถูกบังคับให้มองรถอีกด้านที่วิ่งเข้ามาอัตโนมัติ เป็นไปตามหลักจิตวิทยาคนเดินเท้า และเป็นการเพิ่มพื้นที่หยุดรอที่เกาะกลางถนนให้สามารถจุคนรอข้ามได้มากขึ้น โดยได้แบบมาจากประเทศอังกฤษ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสภาพพื้นที่ในบ้านเรา

ทั้งนี้ ปัจจุบันที่ จ.ศรีสะเกษ มีทางข้ามแบบนี้แล้ว 5 แห่ง คือ ทางหลวงหมายเลข 2111 กม.38 หน้าโรงพยาบาลขุนหาญ ทางหลวงหมายเลข 221 กม.8 หน้าโรงเรียนหนองแคน ทางหลวงหมายเลข 221 จำนวน 3 จุดคือ กม.56 หน้าขนส่งกันทรลักษ์, กม.58 หน้าโรงเรียนบ้านไฮ และ กม.64 หน้าโรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุและสร้างวินัยทั้งผู้ขับขี่และคนเดินข้ามได้ตระหนักเพื่อความปลอดภัยในชีวิต.

พิสิษฐ์ สิริวิริยะธนา  ศรัสะเกษ //รายงาน

ที่มา :https://www.esandailyonline.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *